หน้าแรก ในประเทศ “สนธิ” นำมวลชนปักหลักหน้าสถานทูตอิสราเอล ชูธงชาติร่วมทวงคืนประเทศไทย ยื่น 4 ข้อถึงทูต

“สนธิ” นำมวลชนปักหลักหน้าสถานทูตอิสราเอล ชูธงชาติร่วมทวงคืนประเทศไทย ยื่น 4 ข้อถึงทูต

สนธิ” นำมวลชนปักหลักหน้าสถานทูตอิสราเอล! “ทราย สมุทร” ชูธงชาติร่วมทวงคืนประเทศไทย ยื่น 4 ข้อถึงทูต

​สำนักข่าว Mtoday — บรรยากาศบริเวณหน้าสถานทูตอิสราเอล อาคารโอเชียนทาวเวอร์ 2 ถนนสุขุมวิท 21 แยก 3 ใกล้แยกอโศก เป็นไปอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงเช้าวันนี้ (10 ก.ย. 69) เมื่อกลุ่มมวลชนและเครือข่ายภาคประชาชนนำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) เดินทางมารวมตัวตามนัดหมายในแคมเปญ “ทวงคืนประเทศไทย” หรือ “เอาประเทศไทยของเราคืนมา”

​การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีไฮไลต์สำคัญเมื่อ “ทราย สมุทร” (สิรณัฐ สมุทร) ปรากฏตัวเข้าร่วมแสดงพลังกับกลุ่มมวลชน พร้อมร่วมโบกธงชาติไทยผืนใหญ่อย่างโดดเด่นอยู่บริเวณด้านหน้าสถานทูตฯ เพื่อสะท้อนจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ

​นายสนธิ เปิดเผยว่า การนัดรวมตัวในเวลา 09.30 น. ครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อยื่นหนังสือประท้วงและอ่านแถลงการณ์ส่งตรงถึงฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมเดินหน้าตรวจสอบปัญหาทุนเทาต่างชาติและแรงกดดันภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและศักดิ์ศรีของคนไทย โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

“ที่นี่แผ่นดินไทย!” อ.ปานเทพ นำมวลชนปักหลักหน้าสถานทูตฯ ซัดรัฐบาลอนุทิน “ชักศึกเข้าบ้าน” ลั่นทวงคืนประเทศ

​กระทั่งช่วงไฮไลต์สำคัญ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ได้ขึ้นปราศรัยดุเดือดบนเวที วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างรุนแรง โดยระบุว่า ท่าทีและการดำเนินนโยบายของรัฐบาลชุดนี้กำลังเข้าข่าย “ชักศึกเข้าบ้าน” สุ่มเสี่ยงที่จะดึงปัญหาจากภายนอกเข้ามาสร้างความเดือดร้อนและความเสียหายให้กับประชาชนในประเทศ

นายปานเทพ ประกาศลั่นบนเวทีเรียกร้องอธิปไตยว่า “ที่นี่คือแผ่นดินของคนไทย เราจะทวงประเทศไทยของเราคืนมา!” พร้อมจี้ไปยังรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง ให้เร่งทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ รักษาอธิปไตย และคุ้มครองศักดิ์ศรีของคนไทยอย่างจริงจัง ไม่ใช่เปิดโอกาสให้กลุ่มอิทธิพลหรือผลประโยชน์ข้ามชาติเข้ามาแทรกแซง

​นอกจากนี้ บนเวทียังได้ชี้แจงถึงจุดยืนต่อชาวต่างชาติอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยพร้อมเปิดรับและยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว ตลอดจนผู้มาเยือนทุกชาติและทุกศาสนาเสมอ หากเข้ามาอย่างสุจริต เคารพกฎหมาย และให้เกียรติเจ้าของประเทศ แต่หากเป็นบุคคลหรือกลุ่มคนที่เข้ามาละเมิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อน หรือกระทบต่อความสงบเรียบร้อยของสังคม

ประเทศไทยก็ไม่มีความจำเป็นต้องต้อนรับแต่อย่างใด
​ในช่วงท้ายของการปราศรัย อ.ปานเทพ ได้เรียกร้องให้พี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันตื่นตัว ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น และพร้อมใจกันแสดงพลังเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยจากอิทธิพลหรือผลประโยชน์ทับซ้อนที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติในระยะยาว

 

ต่อมานายสนธิ ลิ้มทองกุล ขึ้นเวทีอ่านจดหมายเปิดผนึกภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ส่งตรงถึงเอกอัครราชทูต อ.ร.อ. พร้อมประกาศลั่น “ความประนีประนอมสิ้นสุดลงแล้ว!” ย้ำชัดคนไทยเอื้ออารีแต่ไม่อ่อนแอ ความสุภาพไม่ใช่ใบอนุญาตให้ใครเข้ามาข่มเหงหรือวางอำนาจบนแผ่นดินไทย

​นายสนธิ ระบุว่า ประเทศไทยยินดีต้อนรับผู้มาเยือนเสมอ แต่ไม่ยอมรับการกระทำที่สร้างความเดือดร้อน พร้อมเปิด 4 ข้อเรียกร้องสำคัญ ส่งถึงสถานทูต อ.ร.อ. ดังนี้

​กำชับพลเมือง
ต้องเคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และประชาชนคนไทยอย่างเคร่งครัด

​ห้ามแทรกแซงคดี
ห้ามใช้สิทธิทางการทูตปกป้องผู้กระทำผิด ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมไทยดำเนินคดีเต็มที่

​เปิดเผยข้อมูล
ให้ความร่วมมืออย่างตรงไปตรงมาเกี่ยวกับชาบัดและสุสานภายใต้กฎหมายไทย

​ส่งสารความไม่พอใจ
ส่งเสียงประชาชนไทยถึงรัฐบาล อ.ร.อ. โดยเฉพาะกรณีการดำเนินการต่อชาว ปาเลสไตน์

​ช่วงท้าย นายสนธิ เรียกร้องให้สถานทูตตอบกลับอย่างเป็นทางการ พร้อมออกมาตรการที่ตรวจสอบได้จริง ย้ำไม่มีชนชาติใดอยู่เหนือกฎหมายไทย ผู้มาเยือนต้องเคารพเจ้าของบ้านเท่านั้น
.
พร้อมกันนี้ นายสนธิ ประกาศเดินสายชูมนุมในต่างจังหวัด เริ่มที่หาดูใหญ่ จ.สงขลา ภูเก็ต ชลบุรี จันทบุรี

‘จันทบุรี มีสส.ภูมิใจไทย 3 คน ไม่ทำเห้..อะไรเลย ผมต้องไปช่วย’สนธิกล่าว

แฉสะเทือนแผ่นดิน! “สนธิ” กล่าวหาชาบัดเป็นฐานบัญชาการขยายเครือข่าย อ.ร.อ.

“สนธิ” กล่าวว่า บทบาทของ “ชาบัด” ในประเทศไทย ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงศาสนสถาน แต่มีลักษณะเป็นศูนย์ประสานงานและฐานบัญชาการสำหรับขยายเครือข่ายของชาว อ.ร.อ.

การขยายตัวของชาบัด ตลอดจนการจัดซื้อที่ดินและการจัดตั้งสถานที่ต่าง ๆ ในหลายพื้นที่ เป็นประเด็นที่รัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคงต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน แหล่งเงินทุน และการปฏิบัติตามกฎหมายไทย

นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่ามีกลุ่มทุนและนอมินีเข้ามาดำเนินธุรกิจ รวมถึงสร้างเครือข่ายภายในประเทศ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐเปิดเผยข้อมูลและตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่หรือผู้มีอำนาจทางการเมืองให้ความช่วยเหลือหรือเอื้อประโยชน์หรือไม่

สนธิย้ำว่า ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้มาเยือนทุกเชื้อชาติและทุกศาสนา แต่ทุกคนต้องเคารพกฎหมาย วัฒนธรรม และสิทธิของประชาชนเจ้าของประเทศ พร้อมประกาศว่าคนไทยจะไม่ยอมให้บุคคลหรือกลุ่มใดใช้อิทธิพลเหนือกฎหมายไทย

หลังจากนั้น ได้ยุติการชุมนุม เวลาประมาณ 11.00 น.

#สนธิลิ้มทองกุล #ทรายสมุทร