เปิดญัตติซักฟอก 18 รมต.รัฐบาลอนุทิน -ชำแหละใครโดนข้อหาไหน
8 ตุลาคม 2569 – Mtoday เปิดเอกสารญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ฉบับเต็มที่ฝ่ายค้านนำโดย “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ยื่นต่อประธานสภาฯ ลงชื่อ 145 สส. ล็อกเป้า 18 รัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน ตั้งแต่ นายกฯ ยัน รมช.มหาดไทย ภายใต้คำนิยามเดียว “ระบอบสีน้ำเงินกินรวบประเทศ”
เอกสารระบุชัด ผลจากการบริหารที่ล้มเหลว ขาดความรู้ความสามารถ ขาดความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ของนายอนุทินและรัฐมนตรีอื่นรวม 18 คน สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง หากปล่อยให้บริหารต่อไปย่อมยากจะแก้ไขเยียวยาได้
Mtoday สรุปพฤติการณ์รายบุคคล จากญัตติ 6 หน้า ดังนี้
กลุ่มแกนนำ – โครงสร้างอำนาจสีน้ำเงิน
1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและ รมว.มหาดไทย – ตัวการใหญ่
ถูกกล่าวหาหนักที่สุด ไม่มีซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉล ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารผิดพลาดร้ายแรง ไม่เคารพรัฐธรรมนูญ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้วุฒิภาวะ ไร้ภาวะผู้นำ แต่งตั้งบุคคลโดยไม่คำนึงความรู้ความสามารถ แต่เอื้อประโยชน์ตนเอง บริวาร พวกพ้อง และผู้มีพระคุณ
หัวใจคือ “สร้างระบอบสีน้ำเงิน ระบอบ น.หนู กินรวบประเทศ” ทั้งโกงการเลือกตั้ง สส. โกงเลือก สว. โกงสอบข้าราชการ โกงงบประมาณแผ่นดินเพื่อความมั่นคงและมั่งคั่งของตนเองและพวกพ้อง สมคบคิดกันเข้าไปทำลาย ควบคุม ครอบงำ หรือแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม กลไกตรวจสอบถ่วงดุล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นเครื่องมือทำลายฝ่ายตรงข้าม แต่ละเว้น ช่วยฟอกขาว หรือช่วยเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง
ยังถูกซัดว่าใช้อำนาจ อิทธิพล เข้าไปแทรกแซงการตรวจสอบการโกงเลือก สว. สร้างสภาวะลอยนวลพ้นผิด จงใจใช้ความจงรักภักดีเป็นเครื่องมือทางการเมือง ทำลายระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
พฤติการณ์ทุจริตคอร์รัปชันกว้างขวางเป็นระบบ กลายเป็นต้นตอปัญหาอาชญากรรม จงใจละเว้นการจัดการกับขบวนการทุนเทา ส่งผลกระทบรุนแรงต่อปัญหาเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ที่สำคัญปล่อยให้บริวารและพวกพ้องแสวงหาผลประโยชน์จากความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงวิกฤตข้าวยากหมากแพง มุ่งใช้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดจำเขี่ยเพื่อความมั่งคั่งของเครือข่าย หาได้ใส่ใจความทุกข์ร้อนของประชาชน
2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและ รมว.คมนาคม – นายทุนอำมหิต
ทุจริตฉ้อฉล รู้เห็นเป็นใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ไร้ซื่อสัตย์ ไร้คุณธรรม จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย เพื่อให้ตนเองและพวกพ้องมีส่วนได้รับประโยชน์จากโครงการต่างๆของรัฐ มีพฤติกรรมแสวงหาผลประโยชน์จากวิกฤติของชาติ เป็นพฤติกรรมอันอำมหิต โดยไม่สนใจความทุกข์ยากของประชาชน วางนโยบายเพื่อนายทุน แต่กลับละเลยคนส่วนใหญ่ของประเทศ ส่งผลร้ายแรงเป็นความเสียหายต่อชาติ และประชาชน รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่ายพรรคพวก บริวาร ครอบครัว และพรรคการเมือง ดำเนินการโกงการเลือก สว.อย่างเป็นขบวนการ ซึ่งถือเป็นการก่ออาชญากรรมทางประชาธิปไตยครั้งใหญ่
3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี – คุมตัวเองไม่ได้
ไม่เคารพและปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไม่มีซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ ทุจริตฉ้อฉลคดโกง เป็นตัวการและสนับสนุนให้เกิดการทุจริต ขาดความละอาย จิตใจพุ่งพล่านโมภมาก จนไม่สามารถควบคุมตนเองจากการทุจริตคอร์รัปชันได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่ายบริวารและพรรคการเมือง โกงการเลือก สว.
กลุ่มเศรษฐกิจ – 3 แม่ครัว
4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง – บริหารผิดพลาด
บริหารประเทศผิดพลาด ขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดบกพร่องอย่างร้ายแรง จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างร้ายแรง ละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา และคนใกล้ชิดกับขบวนการดังกล่าวจนสร้างความเสียหายต่อชาติและประชาชน
5. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ – ไร้ตัวตน
ไร้ภาวะผู้นำ ไร้ตัวตนในการแก้ไขวิกฤติของประเทศ บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด ปล่อยปละละเลยในการแก้ไขวิกฤติส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับด้วยตนเอง ไร้ความสามารถในการแก้ไขวิกฤติค่าครองชีพในปัจจุบัน ปล่อยให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นสูงจนกระทบต่อการดำเนินชีวิต
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี – ผลประโยชน์ทับซ้อน
มีผลประโยชน์ทับซ้อน ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ทุจริตคอร์รัปชัน ขาดธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส ทำลายหลักนิติรัฐนิติธรรมจนสร้างความเสียหายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไร้ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี
กลุ่มความมั่นคง-ทรัพยากร
7. พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม – ทุจริตต่อหน้าที่
มีพฤติกรรมทุจริตต่อหน้าที่ ไม่ประพฤติตนให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ดีต่อนายทหารชั้นผู้น้อย ขาดระเบียบวินัย ไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ขาดความเป็นผู้นำ ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต เอื้อประโยชน์ให้ตนเองและพวกพ้อง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ – ปมที่ฝ่ายค้านระบุมี “ไม้เด็ด” คือ ส่วยกองทัพและตัดเบี้ยเลี้ยงทหารชั้นผู้น้อย
8. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา – โกงเป็นอาจิณ
ปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต บริหารล้มเหลว ขาดความโปร่งใส เอื้อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ไร้คุณธรรมจริยธรรม ขาดซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์ มีพฤติกรรมฉกโกงทุจริตเป็นอาจิณ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่ายบริวารและพรรคการเมือง โกงการเลือก สว.
9. นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี – มัวเมาอำนาจ
ไม่มีซื่อสัตย์ ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง ไร้ความกตัญญู มีพฤติกรรมผิดปกติไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ด้วยตนเอง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ประกอบธุรกิจที่ดินของรัฐแบบผิดกฎหมาย ยึดเอาผลประโยชน์ชาติมาเป็นผลประโยชน์ของตนเอง ขาดความยับยั้งชั่งใจและมัวเมาในการใช้อำนาจ บริหารผิดพลาด สมรู้ร่วมคิดกับบริษัทเอกชนและเครือข่ายพรรคการเมืองเพื่อทุจริตเงินภาษีของประชาชน เว้นการปฏิบัติหน้าที่ ผลิตความเท็จเป็นกิจวัตรเพื่อผลประโยชน์ตนเองและครอบครัว ยึดถือผลประโยชน์ครอบครัวและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของชาติ
10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรฯ – ขาดธรรมาภิบาล
มีผลประโยชน์ทับซ้อน จงใจปฏิบัติหน้าที่และใช้อำนาจขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง ขาดซื่อสัตย์ ขาดธรรมาภิบาล ขาดความโปร่งใส จงใจหรือปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตจนสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติ
11. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม – สองมาตรฐาน
ทุจริตคอร์รัปชัน ประพฤติมิชอบ ใช้อำนาจเพื่อเอื้อประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง มีผลประโยชน์ทับซ้อน ปฏิบัติหน้าที่สองมาตรฐาน ขาดซื่อสัตย์ มีพฤติกรรมเล่นพรรคเล่นพวก ขาดธรรมาภิบาล สร้างความเสียหายต่อราชการ ทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม ส่งเสริมให้คนชั่วได้ดี แต่กับคนมีความสามารถกลับไม่มีที่ยืน ยอมตนเป็นเครื่องมือของบุคคลภายนอกเพื่อทำลายผลประโยชน์ของชาติ แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมเพื่อประโยชน์ตนเองและพวกพ้อง ใช้อำนาจโยกย้ายกลั่นแกล้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต ตอบแทนผลประโยชน์ให้เจ้าหน้าที่ที่เอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายตนเอง
กลุ่มสำนักนายกฯ – องค์กรอาชญากรรม
12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ – ชั่วอย่างร้ายแรง
มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง ก่ออาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย ขาดซื่อสัตย์ มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ทุจริตโดยใช้อำนาจรัฐโดยวิธีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่าย โกงการเลือก สว.
13. น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมต.ประจำสำนักนายกฯ – ล็อคโครงการ
ทุจริตคอร์รัปชันอย่างเป็นขบวนการ ใช้อำนาจหน้าที่เอื้อผลประโยชน์ให้กับกลุ่มทุน ล็อคโครงการต่างๆให้กับสมัครพรรคพวกระบอบสีน้ำเงิน จิตใจพุ่งจนหาความดีไม่ได้ สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมความผิดเฉกเช่นเดียวกับองค์กรอาชญากรรม
14. นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ – ยึดอำนาจรัฐ
มีพฤติกรรมชั่วอย่างร้ายแรง สร้างกลไกยึดอำนาจรัฐ มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อฉลคดโกง ทำลายคุณธรรม จริยธรรมอย่างสิ้นเชิง มีพฤติกรรมมือถือสากปากถือศีล ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่าย โกงการเลือก สว.
15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ – ใช้เงินเพื่อพวกพ้อง
ขาดซื่อสัตย์ ทุจริตคอร์รัปชัน จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมาย บริหารราชการแผ่นดินผิดพลาดร้ายแรงและสร้างความเสียหาย ไร้จิตสำนึก ใช้อำนาจในทางไม่ชอบ มุ่งใช้เงินงบประมาณเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ทุจริตโดยใช้อำนาจรัฐโดยวิธีที่ไม่ชอบ ไร้คุณสมบัติเป็นรัฐมนตรี ใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่าย โกงการเลือก สว. รวมถึงแทรกแซงกลไกตรวจสอบการโกงเลือก สว.และการโกงการเลือกตั้ง ส่งเสริมการกระทำที่เป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ สร้างสภาวะการลอยนวลพ้นผิด
กลุ่มรัฐมนตรีช่วย – สมรู้ร่วมคิด
16. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม
ทุจริตฉ้อฉลคดโกง จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ใช้อำนาจในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ ไร้คุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย
จงใจหรือปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ไร้ภาวะผู้นำ ขาดความโปร่งใส มีผลประโยชน์ทับซ้อน มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน ปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริต ใช้อำนาจในทางไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง ขาดซื่อสัตย์ รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่าย โกงการเลือก สว.
18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย – เนรคุณแผ่นดิน
หนักสุดในกลุ่ม รมช. ถูกระบุ จงใจปฏิบัติหน้าที่ขัดต่อบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย มีจิตใจทุจริต สมรู้ร่วมคิดในขบวนการทุจริตอย่างเป็นระบบ จนทำลายระบบราชการให้เกิดความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ขาดจิตสำนึกต่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติ แสวงหาผลประโยชน์จากประชาชนในช่วงวิกฤติ ละโมบโลภมากขาดความยับยั้งชั่งใจในความชั่ว มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายร้ายแรง ทำลายระบบคุณธรรมของราชการจนสร้างเสียหายขนาดใหญ่แก่ประเทศชาติและบ้านเมือง จนประชาชนจำนวนมากได้รับความทุกข์แสนสาหัส มุ่งแสวงหาผลประโยชน์เพื่อพวกพ้อง ญาติ มิตรสหาย มีพฤติกรรมเนรคุณแผ่นดิน ไม่ส่งเสริมคนดี แต่กลับส่งเสริมคนทุจริตให้มีความก้าวหน้า ทุจริตฉ้อฉลคดโกง ไร้ซึ่งความซื่อสัตย์ รวมถึงใช้อำนาจตำแหน่ง เครือข่าย โกงการเลือก สว.
ครั้งนี้ญัตติซักฟอกที่ยาวและดุเดือดที่สุดในรอบหลายปี ฝ่ายค้านไม่ได้ยื่นแค่เรื่องบริหารล้มเหลว แต่ยื่นฟ้องในฐานะ “อาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย” และ “องค์กรอาชญากรรม” โดยมีคำว่า “โกงการเลือกสมาชิกวุฒิสภาอย่างเป็นขบวนการ” ปรากฏอยู่ในแทบทุกชื่อ 18 รมต. ซึ่งเท่ากับเป็นการวัดใจพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเพื่อไทย ที่เคยผลักดันคดีฮั้ว สว. เป็นคดีพิเศษมาก่อน ว่าจะกล้ายกมือไว้วางใจให้ระบอบสีน้ำเงินหรือไม่.




