“ทรัมป์”สุดสำเร็จ 2 วันในริยาดจับซาอุฯซื้ออาวุธ 3.5 ล้านล้าน ก่อนบินไปเยี่ยมยิว

115

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เริ่มการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกนับตั้งแต่รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ แล้ว โดยจะมีกำหนดการนาน 8 วัน ท่ามกลางการจับตาจากทั่วโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ออกเดินทางไปยังประเทศซาอุดีอาระเบียแล้ว เมื่อวันศุกร์ที่ 19 พ.ค. เพื่อเริ่มการเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งแรกในฐานะผู้นำสหรัฐฯ ของเขา ในขณะที่ นายทรัมป์ กำลังเผชิญข้อกล่าวหามากมาย ทั้งการปลด ผอ.เอฟบีไอ ออกจากตำแหน่ง และการเปิดเผยความลับของประเทศแก่รัสเซีย

นายทรัมป์ พร้อมกับนางเมลาเนีย ทรัมป์ ภริยา ได้รับการต้อนรับจากพระราชาธิบดีซัลมาน ช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเสร็จสิ้นการเยือนซาอุดีอาระเบียแล้ว ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และภริยาจะเดินทางเยือนอิสราเอล ดินแดนปาเลสไตน์ กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม นครรัฐวาติกัน และเมืองซิซิลีของอิตาลี รวมเวลา 8 วัน

ข้อตกลงที่ลงนามกัน ทั้งที่เกี่ยวกับอาวุธและข้อตกลงกับอารามโก บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานคาดว่ามีมูลค่ารวมกันอย่างน้อย 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 5.15 ล้านล้านบาท

การเยือนครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่นายทรัมป์เผชิญกับความวุ่นวายภายในประเทศ หลังจากปลดนายเจมส์ โคมีย์ ผู้อำนวยการสำนักสอบสวนกลาง หรือ เอฟบีไอ ออกจากตำแหน่ง

18557369_432487913776566_5078409749924396609_n

ในการเดินทางเยือนต่างประเทศ 8 วัน ของประธานาธิบดีทรัมป์ นอกจากอิสราเอลแล้ว เขายังจะเดินทางไปยัง ปาเลสไตน์ เบลเยียม นครรัฐวาติกัน รวมทั้งเกาะซิซิลีของอิตาลี ถือเป็นการเยือน 3 เมืองใหญ่ทางศาสนาทั้ง ยิว, อิสลาม และคริสต์

ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เดินทางเยือนกรุงริยาด เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบีย ในวันที่ 20-21 พ.ค. เพื่อร่วมประชุมสุดยอด ‘อาหรับ อิสลาม อเมริกัน’ เพื่อแสดงวิสัยทัศน์ร่วมกันในด้านความสงบสุข, ความก้าวหน้า และความเจริญรุ่งเริงกับชาวอิสลาม แม้ว่าเขาจะมีนโยบายที่แข็งกร้าวต่อชาวมุสลิมมาตลอด ทั้งการห้ามเข้าประเทศ และการห้ามนำแล็ปท็อปขึ้นเครื่องบิน

_96130861_039579124

ในวันที่ 22-23 พ.ค. นายทรัมป์ ได้เดินทางเยือนอิสราเอล และเขตเวสต์แบงก์ โดยจะเริ่มต้นด้วยการพบปะหารือกับประธานาธิบดี ริวเวน ริฟลิน แห่งอิสราเอลในกรุงเยรูซาเลม ก่อนจะหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ซึ่งหลายฝ่ายจะจับตาดูว่า นายทรัมป์ จะพูดถึงเรื่องการย้ายสถานทูตสหรัฐฯ จากนครเทล อาวิฟ ไปกรุงเยรูซาเลม ซึ่งเป็นเรื่องที่ปาเลสไตน์ต่อต้านหรือไม่ ในวันต่อมา นายทรัมป์จะเดินทางไปเขตเวสต์แบงก์ เพื่อพูดคุยกับ นายมาห์มูด อับบาส ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ เชื่อว่าจะคุยกันเรื่องการเจรจาสันติภาพ

18555897_432488030443221_6627129156253776179_n

ในวันที่ 24 พ.ค. นายทรัมป์ จะเดินทางไปเยือนกรุงโรมและกรุงบรัสเซลส์ โดยจะเข้าพบพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่พระราชวังสันตะปาปาในนครรัฐวาติกัน ก่อนจะเดินทางไปยังกรุงบรัสเซีย เพื่อเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชาธิบดี ฟิลิปเป และนายกรัฐมนตรีชาร์ลส์ มิเชล จากนั้นในวันที่ 25 พ.ค. นายทรัมป์จะไปร่วมประชุมกับผู้นำยุโรป ก่อนจะเข้าร่วมประชุมผู้นำชาติสมาชิกนาโต ซึ่งได้รับการจับตามองอย่างมาก เพราะนายทรัมป์มีท่าทีต่อต้านนาโตอยู่ และเรียกร้องให้สมาชิกฯ เพิ่มสัดส่วนการบริจาคเงินให้องค์กรมากขึ้น

18527666_432490327109658_4062090399662080168_n

และวันสุดท้ายในวันที่ 26 พ.ค. นายทรัมป์ จะเดินทางเยือนเมืองตอร์มินา บนเกาะซิซิลี เพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก 7 ชาติ (จี7) ซึ่งเหล่าผู้นำกำลังต้องการฟังความคิดของนายทรัมป์ ในเรื่องการค้าขายและประเด็นอื่นๆ