พบทวดหญิง 5 แผ่นดิน อายุ 131 ปี ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานี

3102

พบทวดหญิง 5 แผ่นดิน อายุ 131 ปี ที่ อ.ยะรัง จ.ปัตตานีด้านแม่เฒ่าเผยเคล็ดลับ ที่ทำให้สุขภาพร่างกายยังแข็งแรงจนถึงทุกวันนี้

วันที่  27 พ.ค. 60 นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย นางอัญญาณี เพ็งจันทร์ นายกเหล่ากาชาดปัตตานี นำคณะส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เดินทางไปยังพื้นที่หมู่ 5 ตำบลประจัน อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี หลังนายโอฬาร บิลสัน นายอำเภอยะรัง แจ้งข้อมูลพบหญิงชราอายุยืน 131 ปี ยังคงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง อาศัยอยู่กับลูกสาวและหลานๆ โดยได้ทำการตรวจสอบข้อมูลประวัติเบื้องต้นชัดว่า มีการแจ้งเกิดอย่างถูกต้อง ไม่มีข้อผิดพลาด จนสามารถยืนยันตัวบุคคลและอายุได้ตรงความจริง จึงแจ้งข้อมูลไปยังนายวีรนันทน์ ผู้ว่าฯ จากนั้นได้ลงพื้นที่นำคณะอนุกรรมการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม ด้านผู้สูงอายุ หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงเยี่ยมให้กำลังใจและมอบกระเช้าสุขภาพ ถุงยังชีพ ผ้าห่มช่วยเหลือ รวมถึงการมอบเกียรติบัตรแสดง การยืนยันให้กับผู้มีอายุยืนมากกว่า 100 ปี

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า วันนี้ได้ลงมาเยี่ยมและสอบถามความเป็นอยู่ของทวดแวบีเดาะ ว่าทำอย่างไรถึงได้อายุยืนยาวถึง 131 ปี โดยได้ถามว่าทำอย่างไร เพราะลูกสาวคนสุดท้องอายุ 65 ปี และมีลูกสะใภ้อายุ 71 ปี แต่ทวดยังดูสาวพอๆ กัน ซึ่งก็ได้คำตอบว่า การใช้ชีวิตนั้นอยู่กินกับสิ่งที่เป็นธรรมชาติ ไม่กินเนื้อสัตว์ 2 เท้า กินแต่เนื้อปลากับผักที่มีอยู่ตามริมรั้ว และกินแต่น้ำอุ่นน้ำร้อน ตรงนี้ก็ทำให้ทราบถึงการกินอยู่ที่มีความสำคัญ

อีกอย่างคือการเป็นอยู่ด้านจิตใจที่สงบ เพราะทวดยึดหลักการใช้ชีวิตกับหลักปฏิบัติตามหลักคำสอนของศาสนา จึงทำให้มีชีวิตจิตใจอันสงบสุข ที่สำคัญบุคคลใดที่อยู่ในศาสนาแล้วจิตใจสงบอย่างแท้จริง ก็จะได้รับพรอันสูงสุดจากพระผู้เป็นเจ้า ช่วยให้ทวดมีอายุที่ยืนยาวและมีสุขภาพที่แข็งแรง

นายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี กล่าวว่า ตรงนี้เป็นสิ่งที่สำคัญและเป็นมิ่งขวัญให้ชาวปัตตานีได้เรียนรู้ศึกษาว่าควรใช้ชีวิตอย่างไร และหลังจากนี้ได้ให้นายอำเภอยะรังช่วยตรวจสอบประวัติกับสำนักทะเบียน อย่างละเอียดอีกครั้งว่า เป็นผู้สูงอายุที่มีอายุยืนยาวที่สุดในประเทศไทยหรือไม่ แต่ที่ว่าอายุยืนยาวที่สุดในโลกนั้น ส่วนใหญ่จะมีที่ประเทศจีน หรือประเทศญี่ปุ่น แต่ในส่วนของเรานี้ สิ่งต่างๆ นั้นเป็นเพียงแค่ภาพ จึงอยากให้มองถึงจุดสำคัญว่าเราสามารถใช้ชีวิตของทวดเป็นบทเรียนชีวิตของเรา ทั้งเรื่องอาหารการกิน การทำจิตใจให้อยู่กับศีลกับธรรม ให้บังเกิดความสงบ รวมถึงการทำประโยชน์ต่างๆ ให้กับสังคมเพราะทวดเองได้เคยทำหน้าที่สอนอัลกุรอานให้กับชาวบ้านมากว่า 80 ปี โดยหลังจากนี้ทางจังหวัดได้ดำเนินโครงการ 1 ใน 12 วาระ คือการช่วยเหลือดูแลเด็กกำพร้า ผู้ชรา หรือผู้ยากไร้ ร่วมกับท้องที่ท้องถิ่น และยังเป็นหน้าที่สำคัญของทุกคนในการจะเอื้ออาทร ดูแลกันและกัน ช่วยกันนำพาทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อให้มีความสงบร่มเย็น

หลังการเดินทางเยี่ยมและมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้กับทวดแวบีเดาะ อายุ 131 ปี ขณะคณะฯ จะขอตัวกลับนั้น ทวดแวบีเดาะได้กล่าวคำอวยพรเป็นภาษามาลายูท้องถิ่นว่า ดีใจที่ลูกๆ หลานๆ มาเยี่ยม ขอให้ทุกคนมีความสุข มีความปลอดภัย และขอให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน จากนั้นทวดแวบีเดาะได้ขอดุอาอ์จากพระผู้เป็นเจ้าให้กับทุกๆ ท่านที่ไปเยือน

โดยปัจจุบัน ทวดแวบีเดาะ อาศัยอยู่กับนางสือเมาะ แวยะโก๊ะ อายุ 65 ปี บุตรสาวคนสุดท้อง และลูกสะใภ้อายุ 75 ปี มีบุตรทั้งหมด 7 คน เสียชีวิตไปแล้ว 4 มีหลาน เหลนรวม 27 คน ส่วนสามีได้เสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้ว พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็หันมาเป็นครูสอนอัลกุรอานให้กับเด็กๆ ในหมู่บ้าน ล่าสุดนายอำเภอยะรังแจ้งว่า การตรวจสอบหลักฐานจากระบบทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครองนั้น มีหลักฐานการแจ้งย้ายชื่อเข้ามาอาศัยยังบ้านเลขที่ 38 หมู่ 3 ตำบลตันหยงลุโล๊ะ อำเภอเมืองปัตตานี เมื่อ 20 มี.ค. 2518 และไม่เคยย้ายชื่อออกไปไหนอีกเลย โดยทะเบียนบ้านไม่ระบุวันและเดือนที่เกิด แต่ระบุเพียงปีเกิดคือปี 2429 ปัจจุบันอายุ 131 ปี จัดอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ โดยความชราเบื้องต้นทำให้สายตามองไม่ชัดเจน ส่วนหูยังได้ยินปกติ และยังคงสามารถสื่อสารได้อย่างปกติ

Cr.workpointtv.