แท้จริง…อัลเลาะห์มิได้เป็นพระเจ้า เฉพาะของคนมุสลิมเพียงเท่านั้น

1479

๑.แท้จริง…อัลเลาะห์มิได้เป็นพระเจ้าเฉพาะของคนมุสลิมเพียงเท่านั้น แต่..เป็นพระเจ้าของทุกสรรพสิ่ง
ในสากลโลกและจักรวาล
๒.แท้จริง..นบีมูฮำหมัด(ซล.) มิใช่เป็นผู้นำและแบบอย่างเฉพาะคนมุสลิมเท่านั้น แต่..เป็นผู้นำและแบบอย่างแก่มนุษย์ชาติทั้งโลก
๓.แท้จริงคัมภีรอัลกุรอานมิได้ถูกประทานลงมาเพื่อเป็นคู่มือการดำเนินชีวิตเฉพาะมุสลิมเท่านั้น แต่..ได้ประทานลงมา เพื่อเป็นคู่มือของมวลมนุษย์ชาติทุกคน
๔.แท้จริง..อิสลามไม่ใช่ศาสนาเฉพาะคนมุสลิมเท่านั้น แต่..เป็นศาสนาที่ส่งมามอบให้มนุษย์ทุกคน แต่..ในบรรดามนุษย์ทุกคนนั้น พระเจ้าได้แบ่งมนุษย์ออกเป็น ๓ ชนิด คือ
๑) มนุษย์ที่ศรัทธา (มุมิน)
๒) มนุษย์ที่ขัดขวาง (ยาฮูด นาซอรอ)
๓) มนุษย์ที่หลงทาง (มุชริกีน) (ซูเราะห์ อัลฟาตีฮะฮ์)
๕.แท้จริง..อิสลามไม่ใช่ศาสนาแห่งจิตวิญญาณ อิสลามไม่มีนักพรต นักบวช นักจิตวิญญาณ หรือผู้นำจิตวิญญาณ อิสลามมีเฉพาะ”ผู้นำแห่งการดำเนินชีวิต” หากมนุษย์มุ่งสร้างการเป็นผู้นำแห่งจิตวิญญาณอย่างเดียวแล้ว มนุษย์จะกลายเป็นผู้เพ้อฝัน ล๋องลอยและหลงทางแห่งสัจธรรม สุดท้ายมนุษย์จะกลายเป็นผู้ซึ่งไร้คุณค่าสำหรับพระองค์
๖.ศาสนาอิสลามจึงเป็นศาสนาที่ประกอบทั้งกายภาพ(วิทยาศาสตร์) และจิตวิญญาณ(ไสยศาสตร์) ที่ถูกออกแบบเพื่อการดำเนินชีวิตทุกกระบวนของระบบที่มนุษย์ต้องสัมผัสมัน

๗.ศาสนาอิสลามไม่ใช่ศาสนาแห่งปรัชญา แนวคิดและทฤษฎี แต่..เป็นศาสนาแห่ง”วะห์ยู”ที่ไม่ใช่มาจากมนุษย์
คิดเพ้อฝัน นำเสนอวิถีเพื่อการดำเนินชีวิต ถึงแม้ว่าจะคิดดี ทำดีเป็นที่ยอมรับ แต่..ถ้าไม่ดีสำหรับพระองค์แล้ว.. สิ่งนั้นถือว่า”เป็นสิ่งที่ไม่ดี”
๘.แท้จริง..ฮาลาล คือ อย.ของพระเจ้าฮาลาลไม่ใช่เฉพาะ”อาหาร” แต่ ฮาลาล คือ ทุกกระบวนการของวิถีชีวิต
๙.แท้จริง.อัลเลาะห์ได้ส่งพวกเรา(มนุษย์)ลงมาสู่พื้นโลกเพื่อการสิ่งใด?
๑)เพื่ออิบาดะห์(จงรักภัคดี)ต่อพระองค์
๒)เพื่อทดสอบความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชีวิตที่มีต่อพระองค์โดยแท้
๓)เพื่อมอบความเมตตาต่อทุกสรรพสิ่งในสากลจักรวาล
๔)เพื่อเผยแพร่สัจธรรมของความ
ศรัทธาที่เที่ยงแท้ ไม่ใช่จอมปลอม
๕)เพื่อให้ดำเนินชีวิตตามแนวทาง”ซุนนะห์”(แบบอย่างนบีมูฮำหมัด ซ.ล)ไม่ว่าด้านสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และการปกครอง
“ดารุลตักวา” คือ พื้นที่ที่ทุกคนศรัทธา ยำเกรงต่อพระองค์อัลเลาะห์เพียงผู้เดียว
“ดารุลตักวา”จะเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริงนั้น เมื่อโลกทั้งโลกมีศาสนาเดียว ศรัทธาเดียว และมีระบบวิถีชีวิตเดียว
๑๐.แท้จริง..ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ภาษา และกายภาพของมนุษย์เป็นเจตนารมณ์ของพระเจ้าโดยแท้ เพื่อทำความรู้จัก สานไมตรีที่ดีต่อกัน แต่ผู้ที่ประเสริฐสุดคือผู้ที่”ตักวา”ต่อพระองค์
๑๑.แท้จริง..ความหลากหลายทางความเชื่อ ความศรัทธา และวิถีชีวิตนั้น มิใช่สีสํฯหรือเสน่ห์ของสังคม และมิใช่เจตนารมณ์อันโดยแท้ของพระองค์ที่จะให้มีความหลากหลายทางความเชื่อ ศรัทธาศาสนา

๑๒.แท้จริง..ความหลากหลายทางศาสนาถือเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบให้โลกใบนี้”มีแต่ปัญหาและปัญหาไม่จบสิ้น”เช่นเดียวกับ…
-ครอบครัวมีสามีหลายคน
-ชุมชนมีผู้นำหลายคน
-บ้านเมืองมีนายกรัฐมนตรี หรือประธานาธิบดีหลายคน
– ประเทศมีประมุขหลายคน
– สังคมโลกมีกติกา รัฐธรรมนูญ
เพื่อการดำรงชีวิตที่หลากหลายฉบับ
ทุกอย่างย่อมนำไปสู่ปัญหาการบริหาร
จัดการ ความเป็นเอกภาพและสันติภาพ
ที่แท้จริงบนพื้นแผ่นดินโลกแห่งนี้
ดังนั้น One God One Belive One Life เท่านั้นที่เป็นทางออกและตอบโจทย์ Permanant Peace and True Taqwa อันแท้จริง และนี้คือ”อิสลาม”