ความเชื่อในหมอดูเป็นชีริก! โหรโมร็อคโกทำนาย เผ่าต่างๆในซาอุ จะเข้าห้ำหั่นกันเอง ซาอุดีอาระเบียสู่จุดจบ

834

โหรโมร็อคโกชี้ เผ่าต่างๆในซาอุ จะเข้าห้ำหั่นกันเอง !!!! คำพยากรณ์ของโหราศาสตร์โมร็อกโก ถึงจุดจบซาอุดีอาระเบีย..

ตามที่มีรายงานว่า โหราศาสตร์โมร็อกโก ได้พยากรณ์ถึงอนาคตตะวันออกกลางในสถานีช่องAlmgharbyh ตูนิเซีย ว่า สถานการณ์ในประเทศอาหรับ จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสงครามซีเรียจะจบลงด้วยชัยชนะของบาชาร์ อัลอัสซาด

สมาชิกกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซีย จะเกิดความขัดแย้งภายใน จนลุกลามไปสู่ข้อพิพาทต่อซาอุดีอาระเบีย เขากล่าวว่า “จะเกิดสงครามครั้งยิ่งใหญ่ในภูมิภาค ซึ่งมีชนวนเหตุจากวิกฤติกาตาร์ จากนั้นไอซิสจะปรากฏตัวขึ้นอย่างท่วงทันบนท้องถนนของซาอุดีอาระเบีย และจะทำให้สื่ออาหรับและต่างชาติฉงนใจ พร้อมตั้งคำถามขึ้นว่า กลุ่มก่อการ้ายเหล่านี้คือใคร และมาจากใด”

“ความขัดแย้งและสงครามกลางเมืองในซาอุดีอาระเบีย จะนำไปสู่ การเผชิญหน้าระหว่างชนเผ่า ซึ่งแต่ละเผ่าเชื่อฟังและปฏิบัติตามหัวหน้าเผ่าของตน ”

การปรากฏตัวขึ้นของไอซิส จะทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้น โดยเขากล่าวย้ำในประเด็นซีเรียว่า

“จุดเริ่มต้นในการแก้ไขวิกฤติ จะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว จากนั้นแผ่นดินแห่งสงครามนี้จะถูกแทนที่ด้วยการกีฬา ละครและศิลปะ” นั้น (ที่มา https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=1601453846564375&id=100000993258443)

ตามหลักการ อิสลามห้ามในเรื่องโชคลาง ห้ามในเรื่องการทำเครื่องรางของขลัง ห้ามทำการดูฤกษ์ยามที่มีหลักความเชื่อว่าวัน เวลา สถานที่ สิ่งของ ดวงดาว หรืออื่นๆ อาจมีผลดีผลร้ายต่อบุคคลนั้นได้ซึ่งถือเป็นการทำชีริก จึงเป็นที่ต้องห้ามผู้ที่จะเป็นโต๊ะหมอที่จะกระทำสิ่งดังกล่าวด้วย

ทั้งผู้ที่ไปหาโต๊ะหมอ เพื่อให้โต๊ะหมอดูบางสิ่งบางอย่างให้ เช่น ดูลายนิ้วมือ ดูของหาย ดูว่าทำไมการค้าขายไม่ดี ดูในเรื่องอนาคต โทษของมันคือ การละหมาดของเขาอัลลอฮฺจะไม่ตอบรับ 40 วัน และถ้าหากเขาเชื่อบางสิ่งบางอย่างจากโต๊ะหมอนั้น ก็เท่ากับเขาปฏิเสธสิ่งที่ประทานมายังท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัมแล้ว (คืออัลกุรอาน)

อัลลอฮฺทรงบัญชาให้ท่านนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ประกาศว่า

(قُلْ لاَ أَقُولُ لَكُمْ عِنْدِي خَزَائِنُ اللَّهِ وَلاَ أَعْلَمُ الْغَيْبَ)
“จงกล่าวเถิด (มุฮัมมัด) ว่า ฉันจะไม่กล่าว (อ้าง) แก่พวกท่านว่า ณ ฉันคือคลัง(สมบัติแห่งความรู้) ของอัลลอฮฺ และฉันจะไม่กล่าว (อ้าง) แก่พวกท่านว่าฉันล่วงรู้สิ่งเร้นลับ”

พระองค์อัลลอฮ ศุบอานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า
عَالِمُ الْغَيْبِ فَلاَ يُظْهِرُ عَلَى غَيْبِهِ أَحَدًا (26) إِلاَّ مَنِ ارْتَضَى مِنْ رَسُولٍ … (27)
“(อัลลอฮฺ) ทรงรู้ถึงสิ่งเร้นลับและไม่เผยให้ใครรู้ความเร้นลับของพระองค์ ยกเว้นผู้ที่พระองค์พอพระทัยจากร่อซู้ล …” (อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัลญิน 72 อายะห์ที่ 26-27)

พระองค์อัลลอฮ์ ศุบฮานะฮูวะตะอาลา ตรัสว่า
عَالِمُ الْغَيْبِ فَلَا يُظْهِرُ عَلَىٰ غَيْبِهِ أَحَدًا ( 26 )
พระผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับ ดังนั้นพระองค์จะไม่ทรงเปิดเผยสิ่งเร้นลับของพระองค์แก่ผู้ใด
(อัลกุรอาน สูเราะฮฺอัล-ญิน 72:26)

إِنَّ اللَّهَ عِندَهُ عِلْمُ السَّاعَةِ وَيُنَزِّلُ الْغَيْثَ وَيَعْلَمُ مَا فِي الْأَرْحَامِ وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ مَّاذَا تَكْسِبُ غَدًا وَمَا تَدْرِي نَفْسٌ بِأَيِّ أَرْضٍ تَمُوتُ إِنَّ اللَّهَ عَلِيمٌ خَبِيرٌ ( 34 )
แท้จริงอัลลอฮฺนั้น ความรู้แห่งวันอวสานมีอยู่ ณ ที่พระองค์ และพระองค์ทรงประทานฝนลงมาและพระองค์ทรงรอบรู้สิ่งที่อยู่ในมดลูก และไม่มีชีวิตใดรู้ว่า ณ แผ่นดินใดมันจะตาย
(อัลกุรอาน สูเราะฮฺลุกมาน 31:34)

รายงานจากท่านมุอาวิยะฮฺ อิบนุ อัลหะกัม อัสสุละมี ร่อฎียัลลอฮุอันฮุ เล่าว่า “ฉันได้ถาม(ท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม) ว่า : โอ้ท่านรสูล มีการกระทำหลายอย่างที่พวกเราได้ทำในยุคสมัยฮิลียะฮฺ คือพวกเราเคยไปหาหมอดู(จะเป็นอย่างไร) ท่านตอบว่า : พวกท่านอย่าได้ไปหาหมอดู ฉันถามอีกว่า : พวกเราเคยถือโชคลาง ท่านตอบว่า : นั่นแหละเป็นสิ่งที่คนหนึ่งคนใดในหมู่พวกท่านพบในใจตน แล้วมันจะไม่ขัดขวางพวกท่าน” (บันทึกโดยอิมามมุสลิม หะดิษเลขที่ 2084)

รายงานจากท่านหญิงอาอิชะฮฺ ร่อฎียัลลอฮุอันฮา เล่าว่า
“ผู้คนได้ถามท่านรสูลุลลอฮฺ ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม ถึงเรื่องหมอดู ท่านได้กล่าวกับพวกเขาว่า : พวกนี้ไม่มีอะไรหรอก พวกเขาถามอีกว่า : โอ้ท่านรสูล พวกหมอดูได้บอกถึงสิ่งหนึ่ง และปรากฏว่าสิ่งนั้นเป็นเรื่องจริง ท่านรสูล ศ็อลลัลลอฮุ อะลัยฮิ วะซัลลัม กล่าวว่า : คำพูดที่เป็นความจริงนั้น ญินได้นำมากระซิบที่หูคนรักของมัน ดุจดังเสียงไก่ แล้วพวกหมอดูก็ได้นำคำพูดอันมากมายเป็นร้อยโกหกปะปนในคำพูดนั้น” (บันทึกหะดิษโดยอิมามมุสลิม หะดิษเลขที่ 2086)

عَنْ عَائِشَةَ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهَا زَوْجِ النَّبِيِّ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ أَنَّهَا سَمِعَتْ رَسُولَ اللَّهِ صَلَّى اللَّهُ عَلَيْهِ وَسَلَّمَ يَقُولُ إِنَّ الْمَلاَئِكَةَ تَنْزِلُ فِي الْعَنَانِ وَهُوَ السَّحَابُ فَتَذْكُرُ اْلأَمْرَ قُضِيَ فِي السَّمَاءِ فَتَسْتَرِقُ الشَّيَاطِينُ السَّمْعَ فَتَسْمَعُهُ فَتُوحِيْهِ إِلَى الْكُهَّانِ فَيَكْذِبُوْنَ مَعَهَا مِائَةَ كَذْبَةٍ مِنْ عِنْدِ أَنْفُسِهِمْ
มีรางานจากอาอิชะห์ ร่อฏิยัลลอฮุอันฮา ภรรยาทานนบี ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ว่าเธอได้ยินร่อซูลุ้ลลอฮฺ ศ้อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม กล่าวว่า “มะลาอิกะห์ลงมาสู่ “อินาน” ซึ่งก็คือเมฆแล้วกล่าวถึงเรื่องที่มีบัญชาจากฟากฟ้า บรรดาชัยฏอนก็แอบฟังแล้วนำมาเล่าอย่างๆ ลับๆ แก่บรรดาหมอดู พวกเขายังได้ปลอมปนความจริงที่ได้มาด้วยความเท็จจากพวกเขาเองอีกร้อยความเท็จ”