ถามจริง 1 ปีแล้ว ฟ้องหรือยัง หรือแค่สร้างกระแส

428

ตามที่เมืีอวันที่ 20 ตุลาคม พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (กอท.) ได้แถลงว่า ได้มอบหมายให้ทนายความ ยื่นฟ้องต่อศาลให้ดำเนินคดีกับนายชาติ จินดาพล ตามที่คณะกรรมการกลางฯมีมติเห็นชอบในการประชุมเมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยยื่นฟ้องดำเนินคดี กรณีการโพสต์หมิ่นจุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยโดยใช้ถ้อยคำที่รุนแรง ตามความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 326 ใส่ความบุคคลอื่นต่อบุคคลที่สามที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง มาตรา 328 ความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ด้วยเอกสาร ภาพวาด ภาพระบายสี ภาพยนต์ ภาพหรือตัวอักษรฯ และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (1) นำเข้าสู่คอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลปลอมไม่ว่า บางส่วนหรือทั้งหมด หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

“กรณีของจุฬาราชมนตรี เป็นสิ่งที่รับไม่ได้ที่มีการใช้ถ้อยคำหมิ่นประมาท ไม่ให้เกียรติจุฬาราชมนตรี ซึ่งถือประมุขของมุสลิมในประเทศไทย ทำให้เกิดความเข้าใจผิด การดูถูกเกลียดชัง” พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าว

เลขาธิการกอท. กล่าวยังว่า สาเหตุการการโพสต์มาจากข้อมูลการรับเช็คจากบริษัท ซีพีเอฟ จำกัด(มหาชน) ที่มีการละเมิดเครื่องหมายฮาลาลซึ่งฝ่ายตรวจการฮาลาลของคณะกรรมการกลางฯ ได้ดำเนินการจับกุมเมื่อปี 2555 และมีการตกลงค่าปรับจำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งในครั้งแรก บริษัท ซีพี จ่ายเช็คมูลค่า 10 ล้าน 2 ใบ ในนามสำนักงานเลขาธิการกอท. ซึ่งเป็นการออกเช็คที่ไม่ถูกต้อง จึงได้ส่งคืนและให้บริษัทส่งเช็คมาใหม่ในนามคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งบริษัทได้ส่งเช็คมาในนามคณะกรรมการกลางฯ จำนวน 20 ล้านบาท แต่ได้มีการมีการใช้เงินอย่างไม่โปร่งใสตรวจสอบไม่ได้ เท่ากับเป็นการกลาวหาว่าทุจริต

“เงินจากฝ่ายตรวจการฮาลาลฯ หรือจากฮาลาลเข้าบัญชีคณะกรรมการกลางฯ ถูกต้องทั้งหมด สามารถตรวจสอบได้ บัญชีธนาคารของคณะกรรมการกลางฯ มี 3 บัญชี คือ บัญชีธ.กรุงเทพ ธ.ธนาคารไทยพาณิชย์ และเมื่อมีธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย จึงได้เปิดบัญชีกับธ.อิสลาม มีการใช้จ่ายเพื่อการกุศลจำนวนมาก อาทิ การสร้างสถานฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดที่ศรีบ่อยา จ.กระบี่ ใช้งบประมาณ 20 ล้านบาท การช่วยเหลือพี่น้องที่ประสบภัย น้ำท่วม ไฟไหม้ หรือกรณีเรือล่ม รวมทั้งให้ทุนการศึกษาเยาวชน ซึ่งล่าสุดให้ทุนเด็กเดินทางไปตุรกี 22 คน มีการจัดสรรให้มัสยิดในจังหวัดที่ไม่มีคณะกรรมการการฯ แห่งละ 50,000 บาท จัดสรรให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด เป็นต้น การใข้จ่ายสามารถตรวจสอบได้”
พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าว

เลขาธิการกอท. กล่าวว่า การจ่ายเช็คเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2555 แต่เพิ่งนำมาโพสต์บิดเบือน เพื่อหวังดิสเครดิตตน เพราะตนใกล้หมดวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการกอท. ไม่ทราบว่า มีเบื้องหน้าเบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งทุกอย่างจะพิสูจน์กันในศาลว่า ข้อมูลของใครถูกต้อง ศาลจะเป็นผู้พิจารณา

“ฝากเตือนไปยังพี่น้องมุสลิมที่ได้รับข้อความกรณีอย่าส่ง หรือแชร์ต่อ เพราะจะทำให้มีความเข้าใจผิดในตัวจุฬาราชมนตรี ซึ่งท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง อยากให้ช่วยกันรักษาภาพลักษณ์ของจุฬาราชมนตรี และท่านที่แชร์หรือต่อ อาจมีโดนดำเนินคดีข้อนำเข้าคอมิวเตอร์ฯด้วยข้อความอันเป็นเท็จด้วย” พล.ต.ต.สุรินทร์ กล่าว

อย่างไรก็ตามผ่านมา 1 ปียังไม่มีความคืบหน้าว่ามีการฟ้องหรือยัง