THA2017 รวมความสุดยอดของฮาลาลไทย ภูมิปัญญาไทยกับนวัตกรรมสุดล้ำหน้า 30 พ.ย.-3 ธ.ค. ที่ไบเทค บางนา

89

สุดยอดงานฮาลาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “Thailand Halal Assembly 2017” โชว์ ภูมิปัญญาฮาลาลจุดบรรจบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาอิสลาม ชูศักดิ์ศรีของมุสลิมไทยบนเวทีฮาลาลโลก

สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นเป็นปีที่ 4 ในงาน “THAILAND HALAL ASSEMBLY 2017” หรือ THA2017 เพื่อส่งเสริมพัฒนากิจการฮาลาลประเทศไทย ภายใต้หลักการ “ศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ” อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในระดับโลก ชูศักดิ์ศรีของมุสลิมไทยบนเวทีฮาลาลโลก สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทย

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย และประธานจัดงานฯ Thailand Halal Assembly 2017 กล่าวว่า กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับ งานประชุมและแสดงสินค้าฮาลาลระดับโลก หลังจากประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสร้างปรากฎการณ์ฮาลาลไทยสู่เวทีฮาลาลโลกในปีที่ผ่านมา กับการจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2517” ครั้งที่ 4 โดย สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ร่วมกับสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย (สมฮท.) และ ศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ศวฮ.) พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวคิด “ภูมิปัญญาฮาลาล : จุดบรรจบของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และศิลปวิทยาอิสลาม” (Halal Wisdom : Convergence of Science, Technology and Islamic Arts) โดยเจตนารมณ์เพื่อแสดงศักยภาพของกิจการฮาลาลประเทศไทย รวมถึงส่งเสริมและพัฒนากิจการฮาลาลประเทศไทย ให้ประชาคมโลกได้รับรู้ถึงคุณลักษณะที่โดดเด่นในระบบและกระบวนการดำเนินงาน ภายใต้ “หลักการศาสนารับรองและวิทยาศาสตร์รองรับ” อันเป็นผลให้ผลิตภัณฑ์ฮาลาลของไทยเป็นที่เชื่อถือในตลาดโลก

รศ.ดร.ปกรณ์ ปรียากร ผู้อำนวยการสถาบันมาตรฐานฮาลาลแห่งประเทศไทย

การประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2517” จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 3 ธันวาคม 2560 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) ภายในงานประกอบด้วย การประชุมวิชาการนานาชาติด้านวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมและธุรกิจฮาลาล ครั้งที่ 10, งานแสดงสินค้า THAILAND INTERNATIONAL HALAL EXPO 2017 (TIHEX) จากผู้ประกอบการฮาลาลทั้งในและต่างประเทศ กว่า 250 บูท, การประชุมวิชาการนานาชาติว่าด้วยมาตรฐานฮาลาล (THE HALAL CB CONVENTION) จากหน่วยงานตรวจรับรองฮาลาลทั่วโลก, การนำเสนอผลงานทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล รวมทั้งการจับคู่เจรจาทางธุรกิจฮาลาล

“ปัจจุบันตลาดผลิตภัณฑ์ฮาลาลมีมูลค่ามหาศาลและมีผู้ผลิตทั่วโลกให้ความสำคัญ เพราะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นชาวมุสลิมกระจายอยู่ทั่วโลกมากกว่า 1,800 ล้านคน และคาดว่าภายในปี 2030 จะมีจำนวนมุสลิมทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านคน หรือคิดเป็น 26.4% ของประชากรทั้งโลก ซึ่งมีตลาดรวมผลิตภัณฑ์ฮาลาลคิดเป็นมูลค่ากว่า 3.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี และมีผู้ค้าหรือผู้ส่งออกรายใหญ่ ได้แก่สหรัฐอเมริกา บราซิล แคนาดา อินเดีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ และ ออสเตรเลีย ในขณะที่ประเทศไทยเองมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลเป็นอันดับสิบของโลก แต่เมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าส่งออกของประเทศต่าง ๆ ประเทศไทยยังส่งออกได้น้อยโดยคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1 % ของมูลค่าส่งออกสินค้าทั้งหมดของประเทศ ทั้งที่จริง ๆ แล้วประเทศไทยส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลมูลค่ากว่า 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐไปยังประเทศสมาชิกโอไอซี อย่างไรก็ตามในจำนวนนี้มีไม่ถึง 10% ที่เป็นสินค้าส่งออกที่ผ่านการรับรองฮาลาล เราจึงจำเป็นต้องให้ผู้ประกอบการส่งออกมาขอรับรองฮาลาล ซึ่งเป็นเป้าหมายที่จะทำให้ฮาลาลไทยเป็นที่หนึ่งในโลก”ดร.ปกรณ์ กล่าว

ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประธานจัดงานTHA2017 กล่าวว่า การจัดการประชุมวิชาการและการแสดงสินค้านานาชาติ “Thailand Halal Assembly 2517” ได้ตั้งเป้าหมายว่าตลอด 4 วันจะมีผู้ร่วมงานกว่า 25,000 คน อีกทั่งยังมุ่งหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะสามารถเผยแพร่องค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีเรื่องฮาลาลประเทศไทย ต่อประชาคมโลกให้รับทราบและสร้างความเชื่อมั่นต่อคุณภาพและมาตรฐานสินค้าฮาลาลของประเทศไทย พัฒนาให้สินค้าและบริการฮาลาลไทยสู่ผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์ฮาลาลติดอัน 1 ใน 5 ของโลก อีกทั้งเพื่อประชาสัมพันธ์พัฒนาการทางเทคโนโลยี งานวิจัย และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาลของประเทศไทยให้ผู้สนใจที่เข้าร่วมงานได้รับทราบอีกด้วย

ดร.วินัย ดะห์ลัน ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์ฮาลาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตประธานจัดงานครั้งที่ 1-3 กล่าวว่า ฮาลาลไทยได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับโลก จากที่ศูนย์วิทย์ฯ เป็นแห่งแรกของการสร้างแลบเพื่อตรวจสอบสินค้าฮาลาล ศูนย์ฯได้พัมนาระบบการเป็นระบบนัมเบอร์ H เพื่อบ่งบอกว่า สินค้าใดใช้วัตถุดิบฮาลาลในการผลิต ซึ่งกำลังขยายไปยังการผลิตสินค้าฮาลาลทั่วโลก ที่ผ่านมาได้เดินทางไปบรรยายให้ผู้เกี่ยวข้องในแวดวงฮาลาลรับทราบ ซึ่งได้รับการตอบสนองเป็นอย่างดีในความร่วมมือพัฒนา H-number

“ศุนย์วิทย์ฯ มีศูนย์ที่เชียงใหม่ เหมือนป็นซิลิกอนวัลเลย์ของวงการฮาลาลไทยในการพัฒนาระบบฮาลาล ดดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ล่าสุดเรานำ ระบบออมนิ มาพัฒนา เช่นเดียวกับศูนย์ที่ปัตตานี ก็กำลังพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศในกลุ่มอาเซียนอย่างมาเลเซีย อินโดนีเชีย นับว่า วงการฮาลาลของไทยมีความก้าวหน้ามาก ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งความก้าวหน้าทั้งหมดจะนำมาแสดงในงาน THA2017 ที่จะถึงนี้

ด้านพล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมกากรกลางอิสลามแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ฮาลาลของไทยได้ตอบสนองการเติยโบทางเศรษฐกิจของประเทศตามนยโยบายของรัฐบาล มียอดการส่งออกเติบโตขึ้นต่อเนื่่องทุกปี มูลค่าหลายแสนล้านบาท นับว่า ได้สร้างประโยชน์ให้กับประเทศมหาศาล ความสามารถเหล่านี้จะมีให้เห็นในงาน Thailand Halal Assembly 2517 จึงอยากให้มาร่วมงานกันมากๆ

ส่วนนายดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า เรื่องฮาลาลประเทศไทยยังขาดการสนับสนุนอย่างจริงจังจากภาครัฐ เมื่อเปรียบเทียบกับมาเลเซียที่ได้เปรียบเราในฐานะเป็นประเทศมุสลิมและรัฐบาลให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง หรือประเทศจีน ที่มีพลเมืองมุสลิมอยู่ใน 2 มณฑลได้ให้การสนับสนุนการผลิตสินค้าฮาลาลอย่างจริงจังเพื่อต้องการเป็นศูนย์กลางฮาลาล โดยสนับสนุนด้านการผลิต ด้านเงินทุน ด้านการตรวจสอบ และสนับสนุนศูนย์กระจายสินค้า

ดำรง พุฒตาล อดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพมหานคร

“อาหารฮาลาลมีมูลค่าต่อปี 1.3 ล้านล้านเหรียญ เป็นมูลค่ามหาศาล เป็นโอกาสที่จะนำเงินเข้าประเทศ หากมีการมให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง” อดีต ส.ว. กทม. กล่าว