แถลงการณ์องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน (OPHR) คัดค้านการจับกุมผู้ประท้วงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา

110

แถลงการณ์องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน (OPHR)
คัดค้านการจับกุมผู้ประท้วงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา
อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา

อนุสนธิจากการประท้วงคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ของเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ดำเนินการเคลื่อนไหวมานานนับสิบปีนั้น เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 เครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้เดินทางโดยสงบ เปิดเผย ปราศจากอาวุธ เพื่อจะไปยื่นหนังสือคัดค้านมิให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพาต่อนายกรัฐมนตรี(พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ในคราวประชุม ครม. สัญจร จังหวัดสงขลา แต่ถูกสกัดก้ันจากเจ้าหน้าที่ของรัฐมิให้เดินทางไปพบนายกรัฐมนตรี ทั้งๆที่การประชุม ครม. สัญจรของรัฐบาลนั้น จะต้องพบปะประชาชนและรับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนตามภาระกิจปกติของรัฐบาล จากการสกัดกั้นของเจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าว ก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกันทั้งสองฝ่ายจนได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่รัฐได้ใช้กำลังสลายการชุมนุมกลุ่มเครือข่ายคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินและจับกุมแกนนำของกลุ่มเครือข่ายฯจำนวน 16 คน และตั้งข้อหาดำเนินคดีเอาผิดกับคนเหล่านั้นเยี่ยงอาชญากร ต่อมาผู้ต้องหาจำนวน 16 คน ได้รับการประกันตัวในชั้นฝากขังที่ศาล
องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน((OPHR) เป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ขับเคลื่อนแสวงหาสันติภาพและยึดมั่นในสิทธิมนุษยชนในหลักสากลทั่วไปเห็นว่า การกระทำและปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐได้กระทำต่อกลุ่มเครือข่ายคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่อำเภอเทพารุนแรงเกินกว่าเหตุที่เจ้าหน้าที่รัฐพึงกระทำต่อประชาชนที่เดือดร้อนและร้องขอความเป็นธรรมโดยสุจริตต่อนายกรัฐมนตรี และพฤติกรรมการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐในกรณีนี้ สร้างความอัปยศเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ประเทศไทย เนื่องจากองค์กรจากต่างประเทศได้ทำหนังสือตำหนิการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐไทย ที่ไม่เคารพหลักการสากลของสิทธิมนุษยชนที่นานาอารยประเทศยอมรับ
องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน จึงขอประกาศจุดยืนแก่พี่น้องประชาชนและผู้มีอำนาจทั้งหลายบนผืนแผ่นดินนี้ว่า จะขอปกป้องสิทธิมนุษยชนของประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่ว่าภายในและนอกประเทศ และขอเรียกร้องสันติภาพ สันติสุขและการปรองดองของบรรดากลุ่มคนที่ขัดแย้งทั้งหลายให้เกิดความรักสมานสามัคคีในชาติฉะนั้น องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี (พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา) แม้ ฯพณฯ มิได้มาจากการเลือกตั้งตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่ ฯพณฯ สามารถจะแสดงแบบอย่างของผู้นำที่รู้ซึ้งถึงหลักสิทธิมนุษยชนอันพึงมีในภาวะการเป็นผู้นำ โดยถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่ผิดต่อกฎหมายแต่อย่างใด
องค์กรเพื่อสันติภาพและสิทธิมนุษยชน
30 พฤศจิกายน 2560