โฟกัสสงครามโลกครั้งที่ 3 มหาอำนาจเผชิญหน้ากันในสมรภูมิซีเรีย การโจมตีทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

245

โฟกัสสงครามโลกครั้งที่ 3 มหาอำนาจเผชิญหน้ากันในสมรภูมิซีเรีย การโจมตีทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

|แม้ว่า การสู้รบระหว่างกองทัพซีเรียกับฝ่ายกบฎและกลุ่มไอซิส ในซีเรียจะเบาบางลง แต่ซีเรียได้กลายเป็นสมรภูมิการเผชิญหน้าระหว่างมหาอำนาจ 2 ฝ่าย อย่างชัดเจนมากขึ้น ในขณะที่ภาคเหนือของซีเรีย ตุรกีกำลังรุกอย่างหนักเพื่อขจัดกองกำลังชาวเคิร์ด ภายใต้การสนับสนุนของสหรัฐอเมริกาที่ต้องการแบ่งแยกดินแดน อีกด้านหนึ่ง ซีเรียได้ถูกรุกและถูกบีบอย่างหนักจากกองกำลังที่ตั้งโดยสหรัฐฯและอิสราเอล ทำให้อิหร่านและรัสเซียอยู่นิ่งไม่ได้ ต้องเข้าสู่สมรภูมิ

การเผชิญหน้าของ 2 ฝ่ายมีความชัดเจนมากขึ้น ฝ่ายหนึ่งมีสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และประเทศกลุ่มอ่าวที่นำโดยซาอุฯ ส่วนอกฝ่ายหนึ่ง มีรัสเซีย ซีเรีย ตุรกีและอิหร่าน

 

ข้อมูลจาก Tnews โฟกัสไว้ว่า ปี 2561 ตะวันออกกลางน่าจะเกิดสงครามครั้งใหญ่เพราะมีปัจจัยต่างๆสนับสนุนมากเช่นสงครามตัวแทนที่ตะวันออกกลางยังดำเนินต่อไป และสงครามมีความชัดเจนมากขึ้นหลังปี 2561 ผ่านไป 2 สัปดาห์ สหรัฐฯ ได้ประกาศความสำเร็จการจัดตั้งกองกำลังประชาธิปไตยแห่งซีเรียเพื่อล้มรัฐบาลซีเรียพันธมิตรหลักของรัสเซียและอิหร่าน สร้างความไม่พอใจให้กับซีเรียและตุรกีเป็นอย่างมาก

ผู้นำตุรกีได้สั่งเคลื่อนกองทัพปะทะทันทีรบกันหนัก จนขณะนี้เครื่องบินรบทั้งของรัสเซีย ตุรกีและล่าสุด F-16ของอิสราเอลถูกยิงตก นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของทั้งสองฝ่ายทำให้อิสราเอลประกาศจะกำจัด บาซา อัล อัสซาดผู้นำของซีเรียให้ได้ จากนั้นได้ส่งส่งฝูงบินถล่มเขตเมืองหลวงของซีเรียอย่างรุนแรงในรอบหลายปี

ซึเรีย นับเป็นชัยภูมิที่สำคัญ หากมีจะการบุกเข้าไปในในอิสราเอล จะต้องใช้ซีเรียนเป็นฐาน ทั้งฐานการบินโจมตีและฐานของกองกำลังภาคพื้นดิน หลังชัยชนะเหนือฝ่ายกบฎและไอซิส อิหร่านได้เข้ามามีอิทธิพลอย่างสูงในซีเรีย ทำให้อิสราเอลเกิดความหวาดหวั่น ด้านหนึ่งได้เข้าไปแทรกแซงให้เกิดความปั่นป่วนในอิหร่าน อีกด้านหนึ่ง ได้สนับสนุนชาวเคิร์ดรบกับรัฐบาลซีเรีย รวมทั้งส่งกองกำลังโจมตีซีเรียของอิสราเอล

สัมฤทธิ์ ทองอินทร์ ผู้เขียนหนังสือ สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้ให้ข้อสังเกต ของสงครามในซีเรียไว้ว่า

1.ซีเรียถูกรุกและถูกบีบอย่างหนักทั้งจากกองกำลังที่ตั้งโดยสหรัฐฯและอิสราเอลรวมถึงกองทัพของตุรกีที่ยึดดินแดนบางจุด ทำให้อิหร่านและรัสเซียอยู่นิ่งไม่ได้ขืนช้าไปซีเรียจะเพลี่ยงพล้ำต่ออิสราเอล สหรัฐฯได้

2.การที่อิสราเอลโหมโจมตีซีเรียก็เพื่อเปิดทางให้กองกำลังต่อต้านรัฐบาลซีเรียมีโอกาสรุกคืบแทนที่จะตั้งรับเช่นปัจจุบันและเป็นตีกระทบไปถึงตุรกีไม่ให้ขยายสงครามมากกว่านี้ซึ่งก็ได้ผลเพราะตุรกีเริ่มชะลอความรุนแรงของการรบลง(ชั่วคราว)

3.การขยายตัวของสงครามจะรุนแรงต่อไปเพราะ
3.1.รัสเซียและอิหร่านต้องเร่งช่วยซีเรียมิเช่นนั้นเสียท่าอิสราเอลและอเมริกาแน่ซึ่งรัสเซียและอิหร่านยอมไม่ได้เด็ดขาด ขณะนี้เริ่มหลังพิงฝาเพราะถูกดึงให้ร่วมรบตอบโต้
3.2.ขณะนี้รัสเซียและอิหร่านกำลังวางแผนว่าจะรุกคืบโต้กลับแบบถึงพริกถึงขิงอย่างไรเพราะอิสราเอลเริ่มถล่มเมืองหลวงของซีเรียอย่างหนัก(อาจจะดึงฝ่ายกบฏในเลบานอนร่วมรบหรือให้ตุรกีช่วยอีกทางให้รู้แล้วรู้รอด)
3.3.สหรัฐฯ แบไต๋แล้วว่าจะครอบครองอิรักให้ได้ถึงขนาด เร็ก เทเลอร์สัน รมต.ต่างประเทศประชุมวางแผนฟื้นฟูอิรักทั้งซ่อมโรงกลั่นน้ำมันทุ่มเงินจำนวนมากซ่อมสาธารณูปโภค(ผูกมัดอิรักต้องคุมให้ได้)

3.4.อิสราเอลและอิหร่านรวมทั้งรัสเซียมีเป้าหมายที่สวนทางกันอย่างสุดโต่งเรื่องซีเรียกล่าวคือรัสเซียและอิหร่านถือว่าซีเรียเป็นพันธมิตรหลักในขณะที่สหรัฐฯและอิสราเอลต้องการกำจัดฉะนั้นสงครามครั้งนี้จึงเป็นตัวชี้ขาดและวัดกำลังกันนี่แค่เริ่มต้นเท่านั้นเพราะพันธมิตรของสหรัฐฯมิใช่มีเพียงอิสราเอลประเทศเดียว

นอกจากนี้ สหรัฐฯและอิสราเอลได้วางแผนที่จะบุกทางตอนใต้ของเลบานอนเพื่อทำลายกองกำลังฮิสบุลเลาะห์ หอกข้างแคร่สำคัญของอิสราเอล สมรภูมิสงครามในตะวันออกกลาง จึงจะดุเดือดมากยิ่งขึ้น

สัมฤทธิ์ ทองอินทร์ ได้สรุปไว้ว่า สงครามระลอกใหญ่ที่ตะวันออกกลางในครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายแพ้ไม่ได้เพราะไม่ใช่สงครามปราบกลุ่มก่อการร้ายเหมือน 7 ปีที่ผ่านมาแต่เป็นสงครามเดิมพันใครจะคุมตะวันออกกลางได้ระหว่างฝ่ายของสหรัฐฯ และรัสเซีย
ความรุนแรงรอเพียงแค่ใครจะนำขีปนาวุธการทำลายล้างสูงถล่มใส่กันก่อนเท่านั้น

Mtoday/tnews