คนพุทธเขียนถึงปอเนาะลึกซึ้งมาก :ปราบเด็กปอเนาะ ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

23533

ปราบเด็กปอเนาะ=ความรุนแรงเชิงโครงสร้าง

ณรรธราวุธ เมืองสุข ได้โพสต์ข้อความกรณีที่มีการบุกจับเด็กปอเนาะ ที่มายอว่า การใส่ไคล้เรื่องเอาคนเขมรมาฝึกในปอเนาะเพื่อเป็น RKK ไม่ใช่มีครั้งแรก แต่เริ่มเป็นข่าวลือมาตั้งแต่สมัยกรือเซะแล้ว(ตอนนั้นว่าพม่ารับจ๊อบจากงานประมงมาก่อเหตุหาเงินด้วย อย่าว่าตลกนะครับ เคยลือจริงๆ) ตอนยิงถล่มป้อมที่ยะหริ่งปีไหนจำไม่ได้(ขี้เกียจค้นข้อมูล)ก็ว่าเป็นเขมร แต่พอนักข่าวหูผึ่ง รุกเชิงข้อมูลหลักฐานมากๆ เข้า เรื่องนี้ก็เงียบหายไปจากฝ่ายความมั่นคง

ประเด็นคืออะไรรู้ไหมครับ เพราะฝ่ายทหารรู้ดีว่า การเดินทางไปร่ำเรียนศาสนาต่างบ้านต่างเมือง เป็นเรื่องปกติของชาวมุสลิม คนไทย คนมลายูไปเรียนที่อินโด มาเลย์ ไปปากีสถาน อินเดีย อาหรับ ก็เยอะแยะ การที่คนกัมพูชามาเรียนบ้านเราจึงเป็นเรื่องปกติ และมีมาตั้งแต่โบราณแล้ว เพราะการศึกษาศาสนาที่ปัตตานีรุ่งเรืองและแพร่หลายกว่า คุณลักษณะสำคัญของปอเนาะคือความเชื่อมั่นจากชื่อเสียงของบาบอ โต๊ะครู จากศิษย์รุ่นก่อนๆ คนพวกนี้ก็กลับไปบอกเล่าคนรุ่นหลัง หรือมีนักการศาสนาจากปัตตานีไปดะวะห์เผยแพร่ก็เป็นเรื่องปกติ

ผมเคยคุยกับนายทหารคนหนึ่งใน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า หลายปีแล้ว ถามแกจริงๆ จังๆว่าตกลงมีกลุ่มผู้ก่อเหตุชาวต่างชาติไหม แกบอกเป็นข้อมูลเก่าแล้ว ไม่มี ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีนักรบ RKK เป็นชาวต่างชาติ อย่าว่าแต่เขมรเลย มาเลย์ อินโด บ้านใกล้เรือนเคียงที่เข้าใจท้องถิ่นวัฒนธรรมเดียวกัน ก็ไม่มี

มันก็ตรงกับสามัญสำนึกคนปกติ อุดมการณ์เอกราชปัตตานีเป็นเรื่องชาตินิยม ไม่ใช่ศาสนา ใครจะมาตายเพื่อแผ่นดินคนอื่น ได้อะไร นี่ไม่ใช่ก่อการร้ายสากลที่จะอ้างศาสนาได้ง่ายๆ แล้วขบวนการเอกราชจะเสียงบประมาณไปจัดหานักรบต่างชาติให้มันสิ้นเปลืองทำไม ลำพังคนรุ่นใหม่ๆ ในพื้นที่ก็หาไม่ยาก เพราะถูกหล่อหลอมจากปัจจัยภายในและเงื่อนไขที่ฝ่ายรัฐกระทำ จับกุม คุมขัง ยิงตายข้างถนน ซ้อมทรมาน และความอยุติธรรมในอดีต

การดึงนักรบรุ่นใหม่ๆ ลงทุนในเม็ดเงินไม่เยอะขนาดนั้น ใช้กระบวนการข่าวลือบวกกับเอาข้อมูลอดีตมาโจมตี มีเครื่องมือมากมาย สร้างความรู้สึกไม่พออกพอใจ และระเบิดเป็นความเกลียดชังไม่ยาก

เรื่องปอเนาะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากๆ เป็นวัฒนธรรมเชิงจิตวิญญาณของมุสลิมอุษาคเนย์ ทำไมหน่วยงานความมั่นคงถึงเล่นกับปอเนาะไม่เลิก เพราะรู้ทั้งรู้ว่าสร้างเงื่อนไขความไม่พอใจ คนไทยก็เฮให้ปิดไม่รู้สี่รู้แปด เข้าใจไหมครับ ปิดปอเนาะเท่ากับเข้าเงื่อนไขทำสงครามศาสนาได้ เพราะปอเนาะเป็นพื้นที่เดียวที่สงวนไม่ให้รัฐเข้าไปควบคุม ไม่ให้ภายนอกเข้าไปยุ่ง เพราะมันเป็นเรื่องจิตวิญญาณ

หลายปีมาแล้วที่รัฐเอาเม็ดเงินเข้าไปล่อเพื่อแลกกับการควบคุมปอเนาะให้อยู่ภายใต้รัฐ แต่เขาไม่เอา ให้เงินสนับสนุนไปทำโครงการน่ะได้ แต่ไม่ให้ควบคุม ปอเนาะมลายูมันลึกซึ้งกว่าที่คนไทยทั่วไปเข้าใจ ฝ่ายความมั่นคงพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะเข้าไปให้ได้ ทำโครงการ พาเด็กไปเที่ยว ไปจนถึงซุ่มจับตา บุกตรวจค้น ให้ข่าวปอเนาะบ่มเพาะขบวนการเอกราชปัตตานี พาเข้ารกเข้าพงไปใหญ่ ถามว่ามีไหม มีบ้างอยู่แล้ว โรงเรียนปอเนาะมีทุกชุมชน ย่อมมีกลุ่มคนที่ฝักใฝ่ความรุนแรงไปโผล่บ้าง แต่เป็นส่วนน้อย คนยังจำภาพปอเนาะของแกนนำ BRN เลยเหมารวมหมดว่าโต๊ะครู อุซตาสเป็นพวกสอนให้เด็กเกลียดรัฐ แต่ความจริงแต่ละปอเนาะเป็นเอกเทศ มีแนวทางบริหารจัดการแตกต่างกัน แม้แต่สำนักคิดทางศาสนาก็ยังต่างกันเลย อุซตาส โต๊ะครูส่วนใหญ่ไม่ได้มีเงินเดือนมากมาย(หลายแห่งไม่มีเงินเดือนด้วย เป็นพันธกิจทางจิตวิญญาณ) อยู่ด้วยเงินบริจาคไม่พอกิน เขาก็ต้องกรีดยาง รับจ้างเลี้ยงปากท้องครอบครัว เป็นคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนชีวิตเหมือนกัน

มีคนถามว่ารัฐจะควบคุมอะไร หลักใหญ่ใจความคือคุมทิศทางโรงเรียนตามนโยบายรัฐ คุมหลักสูตร สอนนั่นได้ สอนนี่ไม่ได้ ทำบัญชีครูและเด็กปอเนาะ ควบคุมเงินสนับสนุนที่เขาบริจาค ฯลฯ ใครจะยอม

การที่เด็กผู้ชายวัยรุ่นไปรวมตัวกัน เด็กปอเนาะไม่ใช่นักบวช เหมือนโรงเรียนประจำนั่นแหละ มีทะโมน แผลงๆ เล่นสนุกสนาน ออกกำลังกาย เป็นเรื่องปกติมากๆ ตอนผมไปถ่ายสารคดีในปอเนาะแห่งหนึ่งที่ปัตตานี น้องๆ เล่าวีรกรรมสนุกสนานมาก บังเกิดความรู้สึกย้อนไปตอนตัวเองบวชสามเณร นั่นคือนักบวชนะ แต่วัยเด็กในร่างมันซุกซนและมีพลังพลุ่งพล่านเกินกฏเกณฑ์ใดไปควบคุม ก็มีวีรกรรมแผลงๆ ไม่ต่างกัน เล่าแลกเปลี่ยนกันสนุกสนานมาก

ปอเนาะคือที่เรียนศาสนาของเยาวชน แต่อีกมุมมันคือสวนอีเดนในสวรรค์ เป็นเหมือนโอเอซิสในทะเลทราย เพราะเป็นที่ซ่อมแซมจิตวิญญาณและร่างกายของเด็กที่เคยหลงผิด ติดยา ติดคุก เคยก่ออาชญากรรมเล็กๆ น้อยๆ ปอเนาะหลายแห่งและโต๊ะครูหลายคนดำรงตนในสถานะแบบนี้ เปิดโอกาสให้ทุกคนซ่อมแซมจิตวิญญาณก่อนออกไปเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เป็นหัวหน้าที่ดีของครอบครัว เป็นบ่าวที่ดีของอัลเลาะห์

ฉะนั้น เรื่องการบุกจับกุมเด็กในปอเนาะอาจชนะในยุทธวิธี คือทำให้เป็นข่าว เห็นความเด็ดขาด เปิดตัวนายทหารสายเหยี่ยวคนใหม่ แต่เชิงยุทธศาสตร์นี่พลาดมาก ได้อะไร มีภาพเด็กถูกจับในตาข่ายเหมือนสัตว์ ลดทอนความเป็นมนุษย์อย่างรุนแรง เรื่องนี้สร้างเงื่อนไขเพิ่มแน่นอน มันทิ่มแทงความรู้สึก ถ้าฝ่ายความมั่นคงจริงใจในการแก้ปัญหาจริงๆ ต้องระมัดระวังในการสร้างเงื่อนไขเพิ่มเติมกว่านี้ นอกเสียจากไม่ยี่หระ ไม่แคร์ และไม่กังวลความเสี่ยง

อ่านความเห็นของนักข่าวความมั่นคงรุ่นใหญ่คนหนึ่งแล้วได้แต่ถอนใจ ยังตามก้นทหารเหมือนเดิม ทั้งข้อมูลและการวิเคราะห์ ลงพื้นที่ก็ลงกับทหาร สายตาเป็นสีเขียวลายพรางไปหมด แล้วก็โจมตีประชาสังคม เอ็นจีโอ ที่เขาทักท้วงเรื่องความถูกต้องยุติธรรม หาว่าไม่แถลงการณ์ประณามบีอาร์เอ็น มีกึ๋นอยู่แค่นั้น ทั้งที่ในพื้นที่มีคนคอยเตือน คอยปราม มันก็ดีไม่ใช่เหรอ ถ้าเอาแต่อวย หรือไม่มีประชาสังคม เอ็นจีโอ คุณคิดว่าปัญหาจะไปสู่ทิศทางไหน อย่าเอาแต่ดีครับผม เหมาะสมครับท่าน เชื่องกันประดุจสัตว์เลี้ยง กระตุกเชือกทีเดียวพากันลงเหวทั้งยวง เป็นสื่อประเภทไหนที่ไม่เคยสำนึกต่อเรื่องเหล่านี้ เอาอุดมการณ์คลั่งชาติมาใช้กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีรากฐานการเมือง เอาชาตินิยมไปแก้ปัญหาชาตินิยม -ไม่ได้หรอก

(พักก่อน…ค่อยเขียนต่อเมื่อสะดวก)