สุดอันตราย ดื่มโคล่า เสี่ยงโรคอ้วย-ความดันสูง

323

ดร.วินัย ดะห์ลัน โพสต์บทความ เกิดอะไรขึ้นหลังดื่มโคล่าหนึ่งกระป๋อง ระบุ จะทำให้เป็นโรคอ้วน ความดันสูง 

โคล่าคือน้ำอัดลมประเภทน้ำดำซึ่งในที่นี้หมายถึงชนิดเติมน้ำตาลซึ่งนิยมดื่มกันมากที่สุดในโลก ยืนยันกันในทางโภชนาการว่าเครื่องดื่มกลุ่มนี้คือสาเหตุใหญ่ของปัญหาโรคอ้วนที่คนทั้งโลกกำลังประสบกันอยู่ ลองไปดูกันทีซิว่าภายในหนึ่งชั่วโมงหลังดื่มโคล่าหนึ่งกระป๋องเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายบ้าง เรื่องนี้มีคนสู้อุตส่าห์ทำวิจัยไว้ เห็นผลการวิจัยแล้วยังคิดจะดื่มต่อหรือเลิกดื่มขึ้นอยู่กับตัวเรา เรื่องอย่างนี้ไม่มีใครคิดจะห้ามอยู่แล้ว

โคล่าหนึ่งกระป๋องคือขนาด 12 ออนซ์ ดูเฉพาะชนิดเติมน้ำตาลปรากฏว่าน้ำตาลในหนึ่งกระป๋องที่ว่านั้นมีอยู่ 10 ช้อนชาหรือ 50 กรัม หลายคนอาจเข้าใจสิ่งที่ร่างกายจะได้คือพลังงานจากน้ำตาลซึ่งเท่ากับ 200 กิโลแคลอรี อันที่จริงมันไม่ใช่เพียงเท่านั้น การนับแค่ว่ามีพลังงานเท่าไหร่ยังไม่พอ ควรดูเมแทบอลิซึมที่เกิดจากการดื่มน้ำอัดลมพวกนี้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้นักวิชาการอังกฤษชื่อนิราจ นาอิก (Niraj Naik) กับวาเด เมเรดิธ (Wade Meredith) ทำการศึกษาวิจัยไว้ใน ค.ศ.2015 โดยให้ข้อสรุปว่าการดื่มน้ำดำก่อให้เกิดปฏิกิริยาต่างๆในร่างกายมากมาย อย่าไปคิดแค่เรื่องพลังงานเพียงอย่างเดียว

ตามปกติหากเราดื่มน้ำหวานอย่างเดียวไม่มีการปรุงแต่งเลย น้ำตาลสิบช้อนชาอย่างนั้นอาจทำให้คลื่นไส้เอาได้ แต่น้ำอัดลมมีการเติมกรดฟอสฟอริกเข้าไปด้วย ซึ่งกรดฟอสฟอริกช่วยให้ดื่มน้ำอัดลมเข้าไปได้จนหมด ผลที่ตามมาของการดื่มโคล่าเติมน้ำตาลคือน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นใน 20 นาที ทำให้อินสุลินในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ร่างกายเร่งนำเอาพลังงานส่วนเกินที่ทะลักเข้าไปในร่างกายไปสะสมเป็นไขมัน โคล่าเป็นสาเหตุของโรคอ้วนก็เพราะกลไกที่ว่านี้

ภายใน 40 นาที ร่างกายดูดซึมสารกาเฟอีนที่มีอยู่ในโคล่าเข้าไปจนหมด ทำให้รูตาเปิดกว้างขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น เกิดการยับยั้งตัวรับอะดีโนซีนในสมองทำให้อาการอ่อนเพลียหายไป ห้านาทีหลังจากนั้น การสร้างโดปามีนจะเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดอาการโหยน้ำตาลคล้ายอาการติด น้ำอัดลมประเภทนี้จึงให้กลไกที่คล้ายการทำงานของสารเฮโรอีน หนึ่งชั่วโมงหลังการดื่มโคล่ากรดฟอสฟอริกจะเข้าไปจับกับแร่ธาตุต่างๆในเลือดส่งผลให้เกิดการขับแร่ธาตุเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นแคลเซียม แมกนีเซียมออกมากับปัสสาวะ

จากกลไกที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเห็นว่าการดื่มเครื่องดื่มพวกนี้มีส่วนทำให้เกิดความดันโลหิตสูง เสี่ยงต่อโรคหัวใจ แถมด้วยเบาหวานประเภทที่สอง ดื่มแล้วยังออกอาการอยากดื่มเพิ่มเติมเข้าไปอีก หากดื่ม 1-2 กระป๋องทุกวันก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคอ้วนมากขึ้นถึง 26% โดยทำให้ออกอาการโหยน้ำตาลมากขึ้น มีข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกสรุปว่าแต่ละปีมีคนทั่วโลกเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับปัญหาที่เกิดจากเครื่องดื่มประเภทนี้ถึง 184,000 คน เขาจึงแนะนำให้ลดการดื่มน้ำอัดลมประเภทนี้ บางคนเข้าใจว่าแนะนำให้งดน้ำดำชนิดเติมน้ำตาลเท่านั้น อันที่จริงน้ำดำชนิดไดเอ็ดซึ่งไม่เติมน้ำตาลก็แนะนำให้เลี่ยงเช่นเดียวกัน