“นราธร” กร้าว! ต้องแก้ รธน. ตะเพิด “ลุงตู่” พ้นนายกฯ

69

“ธนาธร”ยัน  นัดชุมนุม ไม่ใช่ เพื่ออนาคตใหม่ แต่ต้องสู้ เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ มี 2 ทางเลือก “แก้ด้วยเลือด” หรือ “ยินยอม” เรียกร้อง “ประยุทธ์” ลาออก เป็นของขวัญปีใหม่ให้คนไทย

วันที่ 14 ธ.ค. 62 ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวยืนยันต่อการจัดชุมนุมทางการเมือง  ที่ ลานสกายวอร์ค ว่า ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อพรรคอนาคตใหม่ หลัง โดน กกต.ส่งคำร้องให้ยุบพรรค ต่อศาลรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการแสดงตนของประชาชนเพื่อทวงอนาคต ของประชาชนชน ที่ไม่ยอมต่อการกดหัวและระบบการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวมีกระบวนการที่จะจัดให้เกิดการเผชิญหน้า ดังนั้นขอเรียกร้องให้ประชาชนอย่ากังวลและหวาดกลัวรวมถึงช่วยสอดส่องการทำกิจกรรมดังกล่าว ที่จะใช้เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ

“การจัดการชุมนุมครั้งนี้ เป็นครั้งที่หนึ่ง เพื่อแสดงตัวของคนที่ไม่ยอมทนต่อระบบสืบทอดอำนาจของคณะเผด็จการ โดยการต่อสู้ดังกล่าวผมมองว่าไม่ใช่การจุดชนวนให้การเมือง หรือ สังคมเกิดความขัดแย้ง เพราะตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ผมมองว่าความขัดแย้งในประเทศไม่เคยยุติ เพียงแค่ถูกกดหัวไว้เท่านั้น ดังนั้นเราจำเป็นต้องต่อสู้เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มีการจัดสรรอำนาจให้กับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม”

นายธนาธร กล่าวถึงการจัดเวทีของ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ซีอีโอ พรรครวมพลังประชาชาติไทย หัวข้อเวทีชังชาติ คืออาหารที่ทำให้ระบบเผด็จการอยู่ต่อ และมั่นใจว่าไม่มีใครที่สามารถเอาอดีตมาฉุดรั้งอนาคตได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อกระแสข่าวการตั้งพรรคสำรอง และการเตรียมการให้ส.ส.ของพรรคย้ายพรรค นายธนาธร กล่าวว่า “ขณะนี้พรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบ ผมขอไม่ตอบ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ บนเวที อภิปราย ที่ห้อง LT1 ซึ่ง คณะนิติศาสตร์​ มหาวิทยาลัย​ธรรมศาสตร์ จัดขึ้นในหัวข้อ “พรรคการเมืองร่วมใจแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ร่วมกับ 7 พรรคการเมือง นายธนาธน ได้กล่าวตอนหนึ่งว่า

“เราต้องการแก้รัฐธรรมนูญเพื่อแก้ไขความขัดแย้ง การปฏิรูปคือการจัดสรรอำนาจ แต่การปฏิรูปหรือการรัฐประหารทุกครั้งที่ผ่านมา สิ่งที่เขาทำเป็นการดึงอำนาจเข้าหาตัวเอง ทำให้ประเทศไทยไม่เดินไปข้างหน้า ถึงเวลาแล้ววันนี้ที่เราต้องหาข้อตกลงร่วมกัน ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม การแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดทางเดียวที่เหลืออยู่ในสังคมไทยสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ​ มีเพียง 2 ทาง คือแก้ด้วยเลือด หรือแก้ด้วยการยินยอมพ้องใจกันของทุกฝ่าย”

ขณะนี้ เป็นเวลาของการแสดงจุดยืน ไม่ใช่เวลามาเกรงใจหรือเขินอาย เราต้องหยุดยั้งการสืบทอดอำนาจของคสช. เราต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญจากการมีส่วนร่วมของประชาชน และเพื่อประชาชน ผมเชื่อว่าของขวัญที่ดีที่สุดของประชาชนคนไทยในช่วงวันปีใหม่ที่จะถึงนี้ คือการที่พล.อ.ประยุทธ์​ ลาออกจากการเป็นนายกรัฐมนตรี