หน้าแรก ในประเทศ ลุ้นระทึก! 21 ม.ค.63 ศาลฎีกา นัดอ่าน ปิดคดี “ทุจริตไร่ส้ม” โกงเงิน อสมท 138 ล้าน

ลุ้นระทึก! 21 ม.ค.63 ศาลฎีกา นัดอ่าน ปิดคดี “ทุจริตไร่ส้ม” โกงเงิน อสมท 138 ล้าน

ลุ้นระทึก ศาลฎีกา นัดอ่านคดีดัง “ทุจริตไร้ส้ม” ของ “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” อดีตพิธีกรชื่อดัง จากรายการ “คุยคุ้ยข่าว” ที่สร้างความเสียหาย ต่อ อสมท กว่า 138 ล้านบาท โดยกำหนดนัด ปิดตำนาน คดีอื้อฉาววงการสื่อเมืองไทย

วันที่ 2 ม.ค.63 ความคืบหน้าคดี “ทุจริตไร่ส้ม” โดยล่าสุด ศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบกลางจะมีการนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา วันที่ 21 ม.ค. 2563 คดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางพิชชาภา หรือ นางชนาภา บุญโต อดีตพนักงานจัดทำคิวโฆษณาของ บมจ.อสมท บจก.ไร่ส้ม ของ นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กก.ผจก.บจก.ไร่ส้ม และอดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง

ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์กร

สรุปว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.48 – 28 เม.ย.49 ต่อเนื่องนางพิชชาภา ได้จัดทำคิวโฆษณา รายการ คุย คุ้ยข่าว โดยทุจริตไม่รายงานการโฆษณาเกินเวลาเพื่อเรียกเก็บค่าโฆษณาเกินเวลาจาก บจก.ไร่ส้ม จำนวน 17 ครั้ง ทำให้ บมจ.อสมท เสียหาย 138,790,000 บาท และยังได้เรียกรับเอาเงิน 658,996 บาท จากจำเลย เและได้รับมอบเช็ค ธนาคารธนชาติ สาขาพระราม 4 สั่งจ่ายเงินให้นางพิชชาภา เหตุเกิดที่แขวง-เขตห้วยขวาง กทม.

จำเลยทั้งหมด ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 ก.พ.59 เห็นว่า การจัดรายการทำสัญญากันเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุชัดว่าถ้ามีโฆษณาเกินกว่าส่วนแบ่ง บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 ต้องขอซื้อโฆษณาส่วนเกินย้อนหลังและชำระค่าโฆษณาเกินให้แก่ บมจ.อสมท และสืบเนื่องจากกรณีดังกล่าวศาลปกครองสูงสุดยังมีคำพิพากษาถึงที่สุดวินิจฉัยว่า บจก.ไร่ส้ม จำเลยที่ 2 จะต้องชำระค่าโฆษณาส่วนเกินและไม่มีสิทธิ์ได้รับส่วนลดทางการค้าปกติร้อยละ 30 จากค่าโฆษณาส่วนเกิน 138,790,000 บาท เพราะจำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายผิดสัญญา

ขณะที่นางพิชชาภา จำเลยที่ 1 ซึ่งมีหน้าที่จัดทำคิวโฆษณาแต่ไม่รายงานการโฆษณาที่เกินเวลาให้ผู้บังคับบัญชาทราบเป็นเหตุให้ อสมท ได้รับความเสียหาย ตามความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบทั้งสองชุดที่อสมท ตั้งขึ้นนอกจากนี้จำเลยที่ 1 ยังใช้น้ำยาลบคำผิดลบรายการโฆษณาที่เกินเวลา

ส่วนนายสรยุทธ จำเลยที่ 3 เป็นผู้มีอำนาจจัดการและเป็นพิธีกรจัดรายการมาโดยตลอดดังนั้นน่าจะทราบเนื้อหางานเป็นอย่างดี การให้เช็คแม้จะอ้างให้โดยเสน่หาแต่การไม่รายงานโฆษณาส่วนเกินให้ทราบทำให้จำเลยที่ 2 ได้รับประโยชน์ ถือเป็นกระทำมิชอบด้วยกฎหมาย จึงให้จำคุกนางพิชชาภา รวม 6 กระทงๆ ละ 5 ปี เป็นจำคุก 30 ปี สั่งปรับ บจก.ไร่ส้ม  รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 120,000 บาท ส่วน นายสรยุทธ อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง จำเลยที่ 3 และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 4 พนักงาน ก็จำคุก 6 กระทงๆ ละ 3 ปี 4 เดือน รวมคนละ 20 ปี โดยไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ (ไม่รอลงอาญา)

ต่อมาชั้นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการจัดทำคิว และทราบความเป็นไปของรายละเอียดการโฆษณาตั้งแต่แรกเริ่ม เป็นสามัญสำนึกในหน้าที่จะต้องทำงานเพื่อประโยชน์ของรัฐ จะอ้างว่ามีช่องว่างทางการตรวจสอบไม่ได้ เมื่อการโฆษณาเกินส่วนต้องเสียค่าโฆษณา แต่จำเลยที่ 1 ใช้น้ำยาลบคำผิดในใบคิวโฆษณาของ บจก.ไร่ส้มจำเลยที่ 2 แม้อ้างว่าทำไปเพราะตกใจกลัวจะต้องรับผิดก็เป็นข้ออ้างที่ไม่มีน้ำหนัก ส่วนคุณงามความดีซึ่งจำเลยที่ 3 กล่าวอ้างนั้น ศาลเห็นว่าประวัติคุณงามความดีเป็นคนละส่วนกับพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด จึงไม่มีเหตุสมควรให้รอลงอาญา ศาลอุทธรณ์จึงมีคำพิพากษายืนผลลงโทษตามศาลชั้นต้น

ทั้งนี้ บจก.ไร่ส้ม นายสรยุทธ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 2-4 ได้ยื่นฎีกาโดยมีผู้พิพากษาในศาลชั้นต้น เซ็นอนุญาตให้ฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ) มาตรา 221

และหากจะฎีกา ในปัญหาข้อเท็จจริงต้องมีผู้พิพากษาในสำนวน หรือที่ทำความเห็นแย้งในศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ หรืออัยการสูงสุดเซ็นรับรองว่า มีเหตุอันควรที่ศาลสูงสุดจะได้วินิจฉัย โดยคดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นจำคุกจำเลยกระทงละไม่เกิน 5 ปี จึงต้องเป็นไปข้อกฎหมายดังกล่าว

ล่าสุดที่มีการกำหนดนัดฟังคำพิพากษาฎีกา ในวันที่ 21 ม.ค.63 นี้ เวลา 10.00 น. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี ซึ่งตามขั้นตอนเมื่อจำเลยทั้งหมดได้รับหมายศาลแจ้งวันนัดแล้ว ก็ต้องเดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัด นอกจากหากมีเหตุจำเป็นปัจจุบันทันด่วน หรือ เจ็บป่วยฉุกเฉินกระทันหัน ต้องมอบหมายให้ทนายความยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตเลื่อนนัดฟังคำพิพากษาไปก่อน

โดย นายสรยุทธ อดีตพิธีกรรายการเล่าข่าวชื่อดัง และ น.ส.มณฑา จำเลยที่ 3-4 ได้ประกันตัวระหว่างฎีกาสู้คดีใช้สมุดบัญชีเงินฝากเป็นหลักทรัพย์ที่ศาลฎีกา ตีราคาประกันคนละ 5 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศ เช่นเดียวกับ นางพิชชาภา ก็ได้ประกันตัวไป 5 ล้านบาทเช่นกัน สำหรับค่าโฆษณาส่วนเกิน จำนวน 138,790,000 บาทนั้น บจก.ไร่ส้ม ได้ชำระคืนให้ แก่ อสมท.แล้ว