ปิดตำนาน!! คดี “อัลไพน์” ศาลสั่ง “ยงยุทธ” คุก 2 ปี ใช้อำนาจ มิชอบ ยกเลิก “ธรณีสงฆ์”

71

“ยงยุทธ วิชัยดิษฐ” อดีต รมว.มหาดไทย และอดีตหน.พรรคเพื่อไทย ต้องเข้าคุก หลังศาลไม่อนุญาตให้ฎีกา คดีใช้อำนาจหน้าที่มิชอบ ยกเลิกพื้นที่ “ธรณีสงฆ์” ให้สนามกอล์ฟอัลไพน์ หลังศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ ตัดสินจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

วันที่17 ก.พ.63 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติชอบกลาง นัดฟังสั่งศาลฎีกาคดี นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ  อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และ รมว.มหาดไทย จำเลยคดีทุจริตที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ ยื่นขออนุญาตฎีกา คดีหมายเลขดำที่ อท.38/2559 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือ ทุจริต หรือ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

นายยงยุทธเดินทางมาศาลพร้อมฟังคำสั่ง ปรากฏว่า ศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยฎีกาในคดีนี้ซึ่งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษายืนให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฎีกาแล้ว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จึงเตรียมนำตัวนายยงยุทธ จำเลยไปคุมขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อรับโทษตามคำพิพากษาที่ผลถึงที่สุดตามศาลอุทธรณ์ที่มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญาแล้ว ระหว่างรอฟังคำสั่งว่าศาลอนุญาตฎีกาหรือไม่นั้น นายยงยุทธได้รับการปล่อยชั่วคราว ซึ่งศาลตีราคาประกัน 9 แสนบาท แต่กำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาต

อย่างไรก็ตาม สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจาก ขณะที่นายยงยุทธ จำเลย ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้ตำแหน่งอำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ในการพิจารณาอุทธรณ์ และสั่งเพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน โดยมีเจตนาช่วยเหลือ บริษัท อัลไพน์เรียลเอสเตท จำกัด, บริษัท กอล์ฟ แอนด์ สปอร์ตคลับ จำกัด และผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินในเวลาต่อมา ให้ได้รับประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จำเลยปฏิเสธ

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ซึ่งเป็นศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2559 เห็นว่า การที่นายยงยุทธ จำเลยพิจารณาอุทธรณ์ และมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของอธิบดีกรมที่ดิน ซึ่งให้ยกเลิกโฉนดที่ดินที่จดทะเบียนในนาม ‘สนามกอล์ฟอัลไพน์’ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นธรณีสงฆ์จากการที่นางเนื่อม ชำนาญชาติศักดา ที่ถึงแก่ความตายแล้วได้ทำพินัยกรรมยกที่ดิน 2 แปลงดังกล่าว ให้แก่วัดธรรมิการามวรวิหารนั้น จำเลยออกคำสั่งโดยมิชอบ โดยจงใจละเลยข้อเท็จจริงต่างๆ และยังจงใจตีความกฎหมายให้ผิดเพี้ยนไปจากความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2482 ที่ระบุให้กระทรวงถือปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา

ดังนั้น คำสั่งของนายยงยุทธ จำเลยจึงเป็นการใช้ดุลพินิจโดยไม่ชอบ ถือเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแก่ผู้อื่น และก่อให้เกิดความเสียหายแก่วัดธรรมิการามวรวิหาร ทั้งยังทำลายศรัทธาของผู้ที่เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ต่อมานายยงยุทธ จำเลยได้รับอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์ โดยศาลตีราคาประกัน 5 แสนบาท

ต่อมาเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2562 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ จำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา เห็นว่า การที่จำเลยขณะดำรงตำแหน่งรักษาการปลัดมหาดไทย แล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนมติอธิบดีกรมที่ดินเรื่องที่ดินอัลไพน์เป็นธรณีสงฆ์นั้น โดยไม่นำความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งมีแนวทางวินิจฉัยไว้แล้วมาพิจารณาประกอบเป็นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบและโดยทุจริต ทั้งที่แนวทางปฏิบัติเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นมาแล้วฝ่ายบริหารจะให้หน่วยราชการยึดถือปฏิบัติธรรมเพื่อการบริหารราชการแผ่นดินในมาตรฐานทางเดียวกัน เพราะมิเช่นนั้นในแต่ละยุคสมัยจะมีความเห็นต่างกันสร้างความเสียหายแก่ระบบบริหารราชการแผ่นดินได้

ที่จำเลยอ้างว่า คำสั่งของจำเลยได้ยึดถือตามเสียงข้างมากของ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการออกคำสั่งทางปกครอง ที่จำเลยในฐานะรก.ปลัดมหาดไทยกระทำขึ้น ศาลเห็นว่าคณะกรรมการดังกล่าว เกิดขึ้นโดยคำสั่งที่จำเลยแต่งตั้งเอง