“EU-อาเซียน” ผิดหวัง คำตัดสิน ศาลรธน. จุดวิกฤต การเมือง อีกระลอก บ่อนทำลาย รัฐบาล

715

สื่อต่างชาติรายงาน “คดียุบพรรค” โดย เอเอฟพี.ตีข่าว สหภาพยุโรป หรือ อียู ได้เผยแพร่ถ้อยแถลง ถึงเหตุผล ศาลรธน.ที่ยุบพรรคอนาคตใหม่ พร้อมแสดงความผิดหวัง อย่างรุนแรง ด้านนักวิเคราะห์เชื่อว่า คำตัดสินครั้งนี้ จะผลักผู้คนลงสู่ท้องถนน แต่คำถามก็คือจะเพียงพอ ต่อการบ่อนทำลายรัฐบาลหรือไม่

ขณะที่ รอยเตอร์รายงานว่าคำสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ เกิดขึ้นไม่ถึงปีหลังจากไทยจัดการเลือกตั้ง สิ้นสุดการปกครองโดยรัฐบาลทหาร และเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งในรัฐสภาแก่รัฐบาลผสมที่นำโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นากรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าคณะรัฐประหารซึ่งก้าวสู่อำนาจครั้งแรกในปี 2014 จากการยึดอำนาจ

ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำ วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ และเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคเป็นเวลา 10 ปี หลังพบว่าพรรคละเมิดกฎหมายด้วยการรับเงินกู้จากนายธนาธร จึงรุงเรืองกิจ หัวหน้าพรรค จำนวน 191 ล้านบาท

สหภาพยุโรป เรียกคำตัดสินของศาลว่า เป็นการก้าวถอยหลังของแนวคิดพหุนิยมทางการเมืองของประเทศ “การยุบพรรคการเมืองหรือแบนสาชิกรัฐสภาสวนทางกับกระบวนการฟื้นฟูพหุนิยมทางการเมืองที่ริเริ่มเมื่อปีที่แล้ว พื้นที่ทางการเมืองในไทยควรเปิดกว้างต่อไป” อียูระบุในถ้อยแถลง

“เป็นเรื่องที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่และผู้มีอำนาจะต้องทำให้แน่ใจและรับรองว่า สมาชิกรัฐสภาที่ได้รับการเลือกตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมายจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ของพวกเขาต่อไปได้ โดยไม่เผชิญอุปสรรคใดๆ ก็ตามจากพรรคที่พวกเขาสังกัดในช่วงที่ถูกเลือก”

“สหภาพยุโรปยังคงแสดงจุดยืนของเราในการขยายความร่วมมือกับประเทศไทย โดยเฉพาะในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน เสรีภาพขั้นพื้นฐาน และพหุนิยมประชาธิปไตย ตามที่สภาการต่างประเทศของสหภาพยุโรปได้ให้ความสำคัญในข้อสรุปของพวกเขาไว้เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2019 ที่ผ่านมา” โฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศสหภาพยุโรป แถลง

ด้านกลุ่มสมาชิกรัฐสภากลุ่มหนึ่งจากสมาชิกอาเซียน เผยแพร่ถ้อยแถลงเช่นกัน โดยบอกว่ากองทัพยังคงเชิดหุ่นทั้งด้านการเมืองและตุลาการ

“การเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว ถูกทึกทักว่าจะนำมาซึ่งจุดจบของระบอบทหารในไทย แต่หลังจากวันนี้คงไม่มีใครโง่พอที่จะเชื่อแบบนั้น” ฟรานซิสโดก คราสโตร ส.ส.จากฟิลิปปินส์และสมาชิกรัฐสภาอาเซียน ด้านสิทธิมนุษยชนกล่าว

ไทยเคยเกิดการประท้วงนองเลือดบนท้องถนนหลายต่อหลายครั้ง ทั้งจากกลุ่มที่อ้างตนเองว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยและกลุ่มคนที่สนับสนุนกองทัพที่ภักดีต่อสถาบันฯ

พอล แชมเบอร์ส นักวิเคราะห์จากมหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า”การตัดสินของศาลจะผลักให้ผู้ประท้วงลงสู่ท้องถนนหรือไม่? ใช่แน่นอน คำถามมีเพียงอย่างเดียวก็คือการประท้วงจะก่อความยุ่งเหยิงเพียงพอที่จะทำให้รัฐบาลของประยุทธ์อ่อนแอลงกว่าเดิมหรือไม่”