เครือข่ายวิชาการ 24 องค์กร เผยผลสำรวจสันติภาพชายแดนใต้ พบว่าประชาชน ยังมีความหวังและอยากเห็นความก้าวหน้าของการพูดคุยสันติภาพ แม้สถานการณ์”ไฟใต้”ยังม่สงบ ความเชื่อมั่นรัฐบาลลดลง แต่พร้อมหนุนกระบวนการสันติภาพ
วันที่ 29 ก.พ.63 สถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสขลานครินทร์ (มอ.)วิทยาเขตปัตตานี ร่วมกับเครือข่ายวิขาการ 24 องค์กร แถลงผล “การสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) ครั้งที่ 5” โดยมี ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ประธานคณะทำงานวิชาการ มอ. ดร.มายือนิง อิสอ และ ดร.พัทธ์ธีรา นาคอุไรรัตน์ ม.มหิดล ,สมใจ ชูชาติ เครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ ,อ.อับดุลการีม อัสมะแอ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี โดยมี ดร.มนทิรา ลีลาเกรียงศักดิ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มอ.วิทยาเขตปัตตานี ให้การต้อนรับ ณ คณะวิทยาการสื่อสาร มอ. วิทยาเขตปัตตานี

ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี กล่าวว่า เครือข่ายวิชาการ 24 องค์กร เป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อสำรวจความเห็นประชาชนที่มีต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเป็นระบบ และดำเนินการต่อเนื่องมา 4 ครั้ง สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของประชาชนที่เกี่ยวข้องและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง โดยการสำรวจความเห็นครั้งที่ 5 ได้ดำเนินการ ระหว่าง กันยายน – ตุลาคม 2562 สอบถามความคิดเห็นประชาชนอายุระหว่าง 18-70 ปี ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ สี่อำเภอของจังหวัดสงขลา จำนวน 1,637 คน
พบข้อมูลว่า สถานการ์ไฟใต้ ม.ค.47 – ต.ค.62 เป็นเวลา 15 ปี มีเหตุความไม่สงบ20,451 เหตุการร์ เสียชีวิต 7,053 ราย บาดเจ็บ 13,209 ราย ยอดรวมผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต 20,262 ราย ภาพรวม สถานการณ์ความรุนแรงลดลง แต่ความแปรปรวนของสถานการณ์ยังคงมีอยู่

ประชาชน ร้อยละ 72.8 รู้สึกว่าสถานการณ์เหมือนเดิมและแย่ลง ความนิยมต่อรัฐบาล พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ลดลงในรอบ 4 ปี ได้คะแนน 4.21 จากเต็ม 10 อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังเชื่อมั่นว่า การพูดคุยเจรจาจะเป็นแนวทางที่เหมาะสมต่อการแก้ปัญหา ร้อยละ 55.1 สนับสนุนแนวทางนี้ และ ร้อยละ 21 ยังไม่แน่ใจ
ขณะเดียวกันประชาชนร้อยละ 38.7 มีความหวังว่าจะเกิดข้อตกลงสันติภาพในอีก 5 ปีข้างหน้า โดย ร้อยละ 59.4 กังวลว่าการพูดคุยจะไม่สามารถยุติความรุนแรงได้จริง ร้อยละ 57.1 กังวลว่า การพูดคุยอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นกว่าเดิม และร้อยละ 53.8 กังวลว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในการพูดคุยจะไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้

ร้อยละ 37.1 เห็นว่าควรพูดคุยกันถึงเรื่องรูปแบบการปกครองที่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในพื้นที่ คือ การปกครองที่มีการกระจายอำนาจมากขึ้น เน้นรูปแบบที่มีลักษณะเฉพาะของพื้นที่ซึ่งแตกต่างจากจังหวัดอื่น ภายใต้กรอบกฎหมายไทย
ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี กล่าวว่า มาตรการที่ควรเร่งดำเนินการ 3 อันดับแรก คือ ร้อยละ 80 สร้างพื้นที่ปลอดภัยชุมชน, ร้อยละ 75.9 หลีกเลี่ยงการก่อเหตุรุนแรงกับประชาชนที่ไม่มีอาวุธ และร้อยละ 71.6 การป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษชน ส่วนการปัญหาในระยะยาว ต้องสร้างรายได้ ส่งเสริมอาชีพ ปัญหายาเสพติด และ รับระบบการศึกษาให้สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของคนในพื้นที่
ปัญหาเหล่านี้คือรากเหง้า “ไฟใต้” เป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ที่ใกล้ตัวของประชาชนมากที่สุด และ ต้องอาศัยความมุ่งมั่นจริงจังจากรัฐบาลกลางและความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นสำคัญ

ข้อสังเกตุว่าอะไรเป็นสาเหตุความรุนแรง จะเห็นว่าประชาชน ระบุตัวเลือกที่คิดว่าสำคัญที่สุด 3 ข้อ คือ ยาเสพติด ค้าของเถื่อน และ ผู้มีอิทธิพล โดยปัจจัยที่มีผลกระทบความไม่สงบมากที่สุด ร้อยละ 25.9 ทหารพราน , BRN ร้อยละ 15.3, ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ ร้อยละ 12.9 แต่ข้อบ่งชี้ว่า ผู้ตอบข้อที่คะแนนมากที่สุด กลับเป็นข้อที่บอกว่า ไม่รู้และไม่ขอตอบจำนวนร้อยละ 55.5
“การที่มีผู้บอกว่าไม่รู้และไม่ขอตอบมากกว่าครึ่งแสดงว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังลังเลใจหรือระมัดระวังตัวมากขึ้นต่อคำถามข้อที่มีความอ่อนไหวสูงเช่นนี้ เนื่องจากคำถามเป็นการให้ระบุ ตัวแสดงที่แท้จริงในการก่อความรุนแรงในสถานการณ์ที่ยังไม่มีหลักประกันความปลอดภัย ผู้ตอบจึงยังมีความอ่อนไหวมากและจะเลือกด้วยการไม่ตอบ การเลือกไม่ตอบจำนวนมาก เป็นเสียงเงียบที่ต้องให้ความสนใจ” ดร.สมภพ กล่าว



