หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ “ชาญกฤช” ยัน! พื้นฐาน ตลาดหุ้นไทย แข็งแกร่ง ชี้เหตุ หุ้นตก เกิดทั่วโลก จากโควิด-19

“ชาญกฤช” ยัน! พื้นฐาน ตลาดหุ้นไทย แข็งแกร่ง ชี้เหตุ หุ้นตก เกิดทั่วโลก จากโควิด-19

ผช.รมต.คลัง ยัน พื้นฐานตลาดหุ้นไทย ยังแกร่ง ส่วนปัญหา Circuit Breaker มาจาก นักลงทุนผวา ผลกระทบ โควิด-19  มั่นใจสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว เล็ง จัดตั้ง กองทุนพยุงหุ้น เช่นเดียวกับ กองทุนวายุภักดิ์ในอดีตมาดูแลนักลงทุน

วันที่ 14 มี.ค.63 นายชาญกฤช เดชวิทักษ์ ผู็ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี (ปฏิบัติงานกระทรวงการคลัง) กล่าวถึงกรณีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หยุดการซื้อขายหลักทรัพย์ชั่วคราว (Circuit Breaker) ติดต่อกัน 2วัน หลังดัชนีหลักทรัพย์เกิดความผันผวนอย่างหนัก อันเป็นผลกระทบจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลังลุกลามต่อระบบเศรษฐกิจโลก

อย่างไรก็ตาม โฆษกคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของจีน ต้นกำเนิดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกาศว่า การแพร่ระบาดขอโรคนี้ในประเทศจีนผ่านพ้นจุดสูงสุดแล้ว จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ลดลง สถานการณ์การแพร่ระบาดอยู่ในระดับต่ำ โดยเฉพาะจำนวนผู้ป่วยใหม่ในอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย มีรายงานผู้ป่วยใหม่เพียง 8 รายในวัน ในวันที่ 11 มี.ค. และไม่พบผู้ป่วยรายใหม่เกิดขึ้นอีก

สำหรับประเทศไทย ซึ่ง องค์การอนามัยโลก (WHO) จัดอันดับให้เป็นประเทศที่มีความเข้มแข็งด้านความมั่นคงด้านสุขภาพเป็นอันดับที่ 6 จากทั้งหมด 195 ประเทศ โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้บัญชาการศูนย์ฯ บูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ที่ผ่านมามีผู้เสียชีวิตเพียงรายเดียว

“ขอให้ประชาชน ตื่นตัวแต่อย่าตื่นตระหนก มั่นใจกับมาตรการรับมือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาล ปัจจุบันนายกรัฐมนตรี บัญชาการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการบูรณาการทุกภาคส่วน การทำงานต้องกระชับ ฉับไว และทันต่อสถานการณ์ ที่สำคัญต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสับสน”

นายชาญวิทย์ กล่าว และว่า  ตลาดหุ้นไทยเผชิญกับวิกฤติการณ์โรคระบาดมาแล้วหลายครั้ง ทั้งโรคซาร์ส ปี 2546 ไข้หวัดนกปี 2549 ไวรัสเมอร์ส ปี 2556 จากสถิติพบว่าภาพรวมไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก จึงขอให้มองวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นโอกาสในการเลือกซื้อหุ้นพื้นฐานดี จ่ายปันผลสูง เหมาะแก่การสะสมเพื่อลงทุนระยะยาว ซึ่งมีหุ้น ถึง 448 บริษัท ที่มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ สูงกว่าราคาหุ้น หุ้นที่มีราคาถูกสุดในรอบ 5 ปี มี 231 บริษัท ส่วนหุ้นที่จ่ายปันผลอัตราร้อยละ 5-7.5 มีจำนวน 43 บริษัท จ่ายปันผลอัตราร้อยละ 7.5-10 จำนวน 17 บริษัท และจ่ายปันผลสูงกว่าร้อยละ 10 จำนวน 6 บริษัท

สำหรับมาตรการดูแลตลาดทุนนั้น นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สั่งการ ตลท.หามาตรการดูแลการซื้อขายในภาวะผันผวน เช่น การขายหุ้นโดยไม่มีในมือ (Short Sell) ต้องหาแนวทางสั่งห้ามไม่ให้เกิดขึ้น หรือ การบังคับขายหุ้นโดยใช้ Margin (Forced Sell) จะผ่อนปรนได้อย่างไร

ส่วนการจัดตั้งกองทุนสร้างเสถียรภาพตลาดทุน หรือ กองทุนพยุงหุ้น ซึ่งในอดีตปี 2546 เคยจัดตั้งกองทุนวายุภักดิ์มาแล้วนั้นกระทรวงการคลังกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางที่เหมาะสม ซึ่งรายละเอียดต่างๆ จะชัดเจนมากขึ้นในวันจันทร์ที่ 16 มี.ค.63 นี้