ญี่ปุ่นยกไทย “ต้นแบบ”ป้องกัน โควิด-19 ส่งนักข่าว ติดตามใกล้ชิด

395

“ญีปุ่น” ประเทศชั้นนำ แถวหน้าของเอเชีย สถานที่ท่องเที่ยว”ในฝัน” ของ ผู้คนทั่วโลก ถิ่นกำเนิด”ดอกซากูระ”อันงดงาม อาหารเลิศรส จาก เมนู “ปลาดิบ” ที่โด่งดัง โดยมีประชากรมากเป็นอันดับที่สองของเชีย

ทว่าปัจจุบัน จาก สถานการณ์แพร่ระบาด ไวรัสโคโรนา ทำให้ ดินแดนแห่งเมืองซามูไร กำลังตกอยู่ในภาวะ วิกฤตฉุกเฉิน จนต้องมีการ ประกาศปิดเมือง เช่นเดียวกับ ประเทศอื่นๆในเอเชีย รวยทั้งประเทศไทย

มีเหตุการณ์ ที่น่าสนใจของ ของชาวญี่ปุ่น ซึ่งได้ติดตาม ความเคลื่อนไหวของประเทศไทย ผ่านสถานีโทรทัศน์อาซาฮี จากมาตรการอันเข้มงวด ภายใต้การประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ จนทำให้ “สยามเมืองยิ้ม” ได้รับการยกย่อง จาก องค์การอนามัยโลก (WHO) สามารถ ควบคุมและป้องกัน โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี

สถานีโทรทัศน์อาซาฮี นำเสนอมาตรการสกัดกั้นโรคโควิด-19 ของไทย ที่มีการตรวจวัดอุณหภูมิในสถานที่ต่างๆ การเว้นระยะทางสังคม และป้องกันตัวเองในหมู่ประชาชนจนถึงพระสงฆ์ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างชัดเจน

ที่สำคัญคือ การเสนอรายงานชีวิตประจำวันของ ผู้สื่อข่าวสาว ประจำกรุงเทพ ที่ระบุว่า ภายใต้ข้อกำหนดของ พรบ.ฉุเฉิน ทำให้โรงเรียนต้องปิดเรียนไปจนถึงเดือนมิถุนายน สถานที่ต่าง ๆ มีมาตรการ Social Distancing เช่น ลิฟท์ที่ตีช่องให้ยืนห่างกัน 4 คน ซูเปอร์มาเก็ต ร้านสะดวกซื้อ ที่พัก แม้แต่ในวัด ก็มีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดอุณหภูมิของลูกค้าและผู้เข้ามาในสถานที่

ต่างๆ ร้านค้าปิดบริการตามการประกาศภาวะฉุกเฉิน จากมาตรการเคอร์ฟิวส์ ห้ามออกจากเคหสถานยามกลางคืน เป็นมาตรการที่นำมาใช้ อย่างฉับพลัน ตามกฎหมายพิเศษ ที่ให้อำนาจของรัฐบาลอย่างสูง ตามสไตล์ของรัฐบาลที่เป็นอดีตทหาร

มาตราห้ามจำหน่ายสุราเพื่อป้องกันการรวมตัวสังสรรค์ ในช่วงสงกรานต์ บังคับใช้หลังประกาศเพียงวันเดียว กฎเกณฑ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวน้อย

นักข่าวอาซาฮี ซึ่งมีลูกสาว2คน เล่าว่า ประเทศไทยที่มีอากาศร้อนตลอดปี แต่ขณะนี้เกือบทุกคนสวมหน้ากากอนามัย มีหน้ากากที่ทำขึ้นเองวางขายมากมาย โดยเฉพาะหมวกเฟชชิลด์ ที่กำลังได้รับความนิยม ลูกสาวของเธอ บอกว่าน่ารักดี แม้แต่พระสงฆ์ที่ออกบิณฑบาต ก็ยังสวมหน้ากากและเฟชชิลด์ ทุกคนป้องกันตัวอย่างพร้อมเพรียง

การร่วมมือของประชาชนตามมาตรการของภาครัฐ ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อที่เคยสูงถึงวันละกว่า 100 ราย ลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียงวันละ 29 ราย (ณ วันที่ 16 เม.ย.)

ทั้งนี้ ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ที่แสดงความเห็นผ่านเว็บไซต์ เมื่อได้ชมรายงานข่าวนี้ ต่างชื่นชมความร่วมมือของประชาชนคนไทย หลายคนบอกว่า รัฐบาลญี่ปุ่นรับมือล่าช้ามาก ควรดูประเทศไทยเป็นแบบอย่าง

ความทุ่มเทของคนไทย ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงอย่างชัดเจน บางคนบอกว่า ถึงแม้มาตรการของรัฐบาลจะฉุกละหุก แต่คนไทยก็ให้ความร่วมมืออย่างดี น่าชื่นชม

ชาวญี่ปุ่นที่พำนักในไทยก็บอกว่า คนไทยที่ปกติแล้วมีนิสัย “สบายสบาย” แต่เมื่อเผชิญกับ “โรคระบาด”ที่น่ากลัวเช่นนี้ ก็ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของ “สยามเมืองยิ้ม”  เป็น การยิ้มสู้ ยิ้มได้ เมื่อภัยมา