“อิหร่าน-สหรัฐฯ” จ่อ ระเบิด! สงครามอ่าว”ทรัมป์” สั่งทัพเรือ โจมตีทันที หากถูกยั่วยุ

288

อิหร่าน ประกาศกร้าว พร้อมจะทำลายเรือรบสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย หลัง ผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งให้ กองทัพเรือ ปฏิบัติการตอบโต้ เรือรบอิหร่านได้ทันที หลังพบว่า กองเรืออิหร่าน ลาดตระเวณ ติดตามความเคลื่อนไหวของ กองกำเลังทางน้ำของสหรัฐฯในอ่าวเปอร์เซีย

พลตรีฮอสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ได้ออกมาพูดในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) ว่าได้ออกคำสั่งให้กองกำลังนาวีของ IRGC เข้าทำลายเรือรบสหรัฐฯที่อยู่ในอ่าวเปอร์เซีย หากเป็นภัยคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของเรืออิหร่าน

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า พลตรีฮอสเซน ประกาศต่อสาธารณชนหนึ่งวัน หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุ ได้สั่งให้กองทัพอเมริกัน ยิงโจมตีเรือของอิหร่านได้ทันที หากถูกอีกฝ่ายเข้ามาก่อกวนในทะเล

“ผมเพิ่งออกคำสั่งแก่กองกำลังนาวีของเราว่า ให้ทำลายกองกำลังก่อการร้ายใดๆ ก็ตามของอเมริกันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งคุกคามความมั่นคงปลอดภัยของเรืออิหร่านทั้งที่เป็นเรือทหารและไม่ใช่เรือทหาร” ผู้นำกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน กล่าว พร้อมย้ำว่า “ความมั่นคงของอ่าวเปอร์เซีย คือส่วนหนึ่งของความสำคัญทางยุทธศาสตร์ลำดับต้นๆ ของอิหร่าน”

ขณะที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ทวิตข้อความในวันพุธ (22 เม.ย.)ว่า ได้สั่งให้กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงทำลายเรือปืนทุกชนิดของอิหร่านได้ทันที ถ้าพวกเขาพยายามคุกคามเรือของเราในทะเล ถึงแม้เขาออกมาพูดอีกในเวลาต่อมาว่า เขาไม่ได้กำลังสั่งเปลี่ยนแปลงกฎการปะทะของกองทัพสหรัฐฯแต่อย่างใด

ก่อนหน้านี้ กองทัพสหรัฐฯระบุว่า มีเรือขนาดเล็ก 11 ลำของกองกำลังนาวีแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ได้แล่นฝ่าคลื่นยลม เข้าใกล้เรือของกองทัพเรือสหรัฐฯและของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ พร้อมกับเรียกความเคลื่อนไหวเช่นนี้ว่า “อันตรายและมุ่งยั่วยุ” โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เรืออิหร่าน พุ่งเข้าประชิดเรือรบแบบ “คัตเตอร์” ชื่อ “เมาอี” ของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ ในระยะห่างเพียง 9 เมตร

ย้อนหลังกลับไป ในช่วงปี 2016-2017 การเผชิญหน้าในระยะใกล้ระหว่างเรือของสหรัฐฯ กับอิหร่านในอ่าวเปอร์เซียเกิดขึ้นบ่อยครั้งและหลายครั้งที่เรือรบสหรัฐฯ ยิงกระสุนเตือนไม่ให้เรืออิหร่านแล่นเข้ามาใกล้มากเกินไป

ทางด้านเตหะราน ได้ประณามวอชิงตันว่าเป็นผู้ก่อเหตุเช่นนี้ขึ้นมา โดยในวันพฤหัสบดี (23 เม.ย.) กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้เรียกเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ประจำเตหะราน ซึ่งเป็นตัวแทนดูแลผลประโยชน์ของสหรัฐฯในอิหร่าน มาพบเพื่อส่งข้อความผ่านไปยังวอชิงตัน เกี่ยวกับความตึงเครียดที่เกิดขึ้น ระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ

ภาพที่เผยแพร่โดยกองทัพเรือสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 เม.ย. 2020 แสดงให้เห็นเรือรบขนาดเล็กของกองกำลังนาวีแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน แล่นเฉียดใกล้เรือรบของสหรัฐฯ ในอ่าวเปอร์เซีย บริเวณใกล้ๆ กับคูเวต

พลตรีซาลามี ประกาศด้วยว่า “ผมบอกกล่าวให้คนอเมริกันรู้เอาไว้ว่า เรามีความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด และเอาจริงเอาจังในการปกป้องความมั่นคงแห่งชาติของเรา, พรมแดนน่านน้ำของเรา, ความปลอดภัยในการเดินเรือของเรา, และกองกำลังรักษาความมั่นคงของเรา และเราจะตอบโต้อย่างเด็ดขาดกับการบ่อนทำลายใดๆ ก็ตามที”

“อเมริกันมีประสบการณ์เจอกับพลังอำนาจของเรามาแล้วในอดีต และจะต้องเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้น”

ขณะเดียวกัน คำขู่ของทรัมป์ยัง มีขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติแห่งอิหร่าน ประกาศว่าได้ยิง ‘ดาวเทียมทหาร’ ดวงแรกของประเทศขึ้นสู่วงโคจร

แม้กองทัพเรือสหรัฐฯ จะมีอำนาจตัดสินใจโจมตีเพื่อป้องกันตนเองอยู่แล้ว แต่การได้ไฟเขียวจาก ทรัมป์ สำทับไปอีกชั้นหนึ่งคาดว่าจะยิ่งกระพือความตึงเครียดระหว่างทั้ง 2 ชาติ

ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ทวีความรุนแรงขึ้นในปีนี้ หลังสหรัฐฯ ส่งโดรนไปลอบสังหารพลตรีกาเซ็ม โซไลมานี ผู้บัญชาการหน่วยรบพิเศษคุดส์ (Quds) แห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่าน ระหว่างเดินทางไปปฏิบัติภารกิจในอิรัก

อิหร่านลงมือแก้แค้นในวันที่ 8 ม.ค. ด้วยการยิงถล่มฐานทัพ อัยน์ อัล-อาซาด ในอิรักซึ่งมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ และแม้สหรัฐฯ จะไม่สูญเสียกำลังพลจากเหตุการณ์นี้ แต่ก็มีทหารกว่า 100 นายที่ได้รับบาดเจ็บ