องค์กรสิทธิฯ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) เผยรายงานสำรวจสถานการณ์ด้านแรงงานในอินโดนีเซีย

77

รายงานของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) ระบุว่าเด็กอายุ 8-14 ปีทำงานในสวนปาล์มอินโดนีเซียเป็นจำนวนมาก

องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (เอไอ) เผยรายงานสำรวจสถานการณ์ด้านแรงงานในอินโดนีเซีย เมื่อวานนี้ (30 พ.ย.) พบว่ามีการใช้แรงงานเด็กในสวนปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมาก

เมฆนา อับราฮัม ผู้วิจัยและเก็บข้อมูลสถานการณ์แรงงานในสวนปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซีย เปิดเผยว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในรายงานของเอไอจะทำให้ผู้คนตระหนักว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น และไม่น่าเชื่อว่าบริษัทระดับโลกที่มีรายได้รวมกันมากกว่า 3.25 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อปี 2558 จะไม่อาจทำอะไรได้มากนักเพื่อป้องกันการใช้แรงงานเด็ก

รายงานของเอไอระบุว่าสวนปาล์มที่ใช้แรงงานเด็กอยู่ในเกาะกาลิมันตันและเกาะสุมาตรา และเกี่ยวพันกับบริษัทวิลมาร์ของสิงคโปร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบให้แก่บริษัทอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกหลายแห่ง ขณะที่เด็กอายุประมาณ 8-14 ปี ตามผู้ปกครองไปใช้แรงงานในสวนปาล์มน้ำมันหลายแห่ง และเจ้าของสวนปาล์มปล่อยให้แรงงานเด็กทำงานในสวนของตน โดยให้ค่าแรงราว 2 ดอลลาร์เท่านั้น (ราว 87 บาท) ทั้งยังไม่มีอุปกรณ์ป้องกันแก่เด็กที่ต้องทำงานกับยาฆ่าแมลงและสารเคมีอื่นๆ รวมถึงต้องทำงานแม้แต่ในวันหยุด


นักวิจัยของเอไอระบุว่ามีการใช้แรงงานเด็กในสวนปาล์มน้ำมันบนเกาะกาลิมันตันและเกาะสุมาตราของอินโดนีเซีย

บริษัทวิลมาร์ระบุว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกำลังสอบสวนข้อเท็จจริงเป็นการภายใน และหากพบว่ามีปัญหาการใช้แรงงานเด็กเกิดขึ้นจริงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยทันที ส่วนบริษัทผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปและสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ที่รับซื้อผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มจาก บ.วิลมาร์ มีปฏิกิริยาต่อรายงานของเอไอแตกต่างกันไป

บริษัทยูนิลีเวอร์ ผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูปตราคนอร์ ผลิตภัณฑ์รักษาความสะอาดโดฟ และอาหารสำเร็จรูปอื่น ๆ ซึ่งรับซื้อผลิตภัณฑ์จาก บ.วิลมาร์ ระบุว่าจะแจ้งต่อสำนักงานใหญ่และจะทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและการใช้แรงงานเด็ก

ส่วนบริษัทเคลล็อกส์ระบุว่าจะเจรจากับผู้ผลิตรายย่อยที่ปิดบังว่าขั้นตอนการผลิตสินค้ามีการละเมิดสิทธิเด็ก ขณะที่บริษัทคอลเกตและบริษัทเนสท์เล่ระบุว่าสินค้าของบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานเด็ก
cr:bbc