กอ.สุราษฎร์ฯขัดแย้งมา 2 ปี เปลี่ยนตำแหน่งยกทีม มุสลิมเมืองคนดีรอผลงาน

541

คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสุราฎร์ธานี ชุดปัจจุบัน เป็นการผนึกกำลังของคนสุราษฎร์ฯ ที่เรียกตัวเองว่า ‘เลือกคนบ้านเรา เพื่อพวกเรา’ เพื่อล้ม กลุ่มของ ‘เขตรัฐ’ คนจากสงขลาที่เข้ามายึดกุมอำนาจในสุราษฎร์มายาวนาน แต่ 2 ปีกว่าของการบริหาร ไม่เป็นที่ประทับใจ ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน แถมมีการเผชิญหน้าของ 2 กลุ่ม ทำให้การทำงานเกิดอุปสรรค ทำให้มีการรวมพลังครั้งใหม่ เปลี่ยนแปลงตำแหน่ง

ในการประชุมคณะกรรมการฯ เพื่อพิจารณาตำแหน่งกรรมการกลบางอิสลามฯ ตัวแทนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2562 มีผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานการประชุม ประธานกอ.อิสลามประจำจังหวัด ไม่ได้เข้าร่วมประชุม มีผู้เข้าร่วมจำนวน 21 คน ที่ประชุมโดยเสียงข้างมาก เลือกนายณัฐวุฒิ สันหลี อิหม่ามมัสยิดมูฮัมมาดียะฮ์ (บ้านดอนมะม่วง) เป็นตัวกรรมการกลางฯ แทนนายสมนึก เหมประพันธ์ ประธานกอ.สุราษฎร์ฯ ที่ควบตำแหน่งมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน และมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่วหลายตำแหน่ง

ตำแหน่งประธานกอ.ยังคงเป็นนายสมนึก เหมประพันธ์ รองประธานจาก 6 คน เหลือ 3 คน ประกอบด้วย นายดาเรต อบรม นายจำรัส หรูนหีม และนายศิลา วันดี ส่วนเลขานุการคณะกรรมการฯ จากนายซ่อแหล๊ะ โต๊ะบาย เป็นนายสมนึก คชสวัสดิ์ การปรับเปลี่ยนดังกล่าว ทำให้ฝ่ายประธานกอ.สุราษฎร์ฯ ยื่นร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการกลางอิสลามประจำสุราฎร์ธานี 21 คน ที่เข้าร่วมประชุมในวันนั้น เป็นคณะกรรมการฯ ชุดที่ลงมติ เลือกประธานในคราวก่อน

นับเป็นเรื่องแปลกแต่จริง

คณะกรรมการฯ 21 คน จึงได้ยื่นหนังสือร้องเรียนนายสมนึกเช่นเดียวกัน เรื่องเลยชุลมุนชุลเก แต่สุดท้ายคณะกรรมการกลางฯพยายามไกล่เกลี่ย ให้ยุติปัญหาความขัดแย้ง ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรอมชอม ยอมถอนการร้องเรียน แต่ไม่ทันการประกาศ รายชื่อกรรมการกลางฯ ครั้งล่าสุด ปัญหาความขัดแย้ง จึงทำให้เสียโอกาสการทำงานไปอย่างน่าเสียดาย

จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีมัสยิด 44 แห่งมีมุสลิมประมาณ 80,000 คนหลังมีพระราชบัญญัติบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม ปี 2540 ประกาศใช้ นายเขตรัฐ เทพรัตน์ ชาวสงขลา วึ่งมาปักหลักทำธุรกิจที่จังหวัดสุราษฎร์ฯ กุมบังเหียนมาตลอด จนเมื่อ นายเขตรัฐ ถูกศาลสั่งเป็นบุคคลล้มละลาย ขาดคุณสมบัติการเป็นกรรมการอิสลามฯ จึงได้ส่งทอดตำแหน่งประธานให้กับบุตรเขย นายรอมฏอน หะสาเมาะ เป็นแทน ส่วนตำแหน่งกรรมการกลางฯ ผ่องถ่ายให้นายสมนึก เหมประพันธ์

จนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด บรรดาอิหม่ามจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้รวมตัวกัน ประกาศความเป็นไท ฉีกตัวออกจากกลุ่มของเขตรัฐ และประสบความสำเร็จ นายสมนึก เหมประพันธ์ ถูกดันขึ้นเป็นประธาน และควบตำแหน่งกรรมการกลางฯ ด้วยความหวังว่า จะทำงานสร้างสรรค์ให้กับมุสลิมสุราษฎร์ธานี

มีคำพูดว่า อยากรู้ว่า ใครมีนิสัยที่แท้จริงอย่างไร ให้นำอำนาจไปใส่ในมือเขา

ไม่รู้คำพูดนี้จะใช้กับกอ.สุราษฎร์ธานีได้หรือไม่ แต่หลังเวลาผ่านมา 2 ปี การทำงานของกอ.สุราษฎร์ฯ ขาดความเป็นปึกแผ่น อำนาจจะตกอยู่กับประธานและทีมงาน ขาดการกระจายอำนาจ การทำงานของบางฝ่าย อย่างฝ่ายกิจการฮาลาล ก็มักถูกแทรกแซงจากฝ่ายมีอำนาจณะที่อีกฝ่ายก็มองว่า คนที่ดำรงตำแหน่งขาดความรู้ความสามารถโดยที่ยังไม่มีการพิสูจน์ ทำให้การทำงานไม่เดินหน้า กึกๆกักๆ สุดท้ายเสียงส่วนใหญ่ จึงเห็นว่า หากปล่อยให้สถานการณ์เป็นแบบนี้ จะไม่เป็นผลดีต่อการทำงานของกอ.สุราษฎร์ฯที่จะยังประโยชน์ให้กับมุสลิมสุราษฎร์ธานี จึงตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งภายใน

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เป็นความหวังอีกครั้งหนึ่งของมุสลิมสุราษฎร์ฯ ซึ่งต้องติดตามการทำงานกันต่อว่า จะสร้างสรรค์ผลงานได้ตามที่คาดหวังไว้มากน้อยเพียงใด