เละมาก! ภูมิทัศน์มัสยิดกรือเซะ ถูกทิ้งร้างไร้การเหลียวแล สกปรก-พังหลายจุด

416

นักท่องเที่ยวสุดทน ภาพภูมิทัศน์รอบกรือเซะ มัสยิดที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไร้การเหลียวแล สกปรก พังยับเกือบทุกแห่ง เรียกร้องให้ภาครัฐเข้าไปดูแล ปรับปรุงให้เป็นที่น่าภาคภูมิใจของมัสยิดแห่งประวัติศาสตร์ 400 ปีของปัตตานี 

23 ธค 63 ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ถึงความเสื่อมโทรมของแหล่งท่องเที่ยวมัสยิดกรือเซะ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบยัง ชุมชนกรือเซะ ต.ตันหยงลูโละ อ.เมือง จ.ปัตตานี บริเวณแหล่งท่องเที่ยวมัสยิดกรือเซะ ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของประเทศ และของเอเซียอาคเนย์

สถานที่มัสยิดกรือเซะ บริเวณโดยรอบภูมิทัศน์โดยรอบได้ถูกจัดเตรียมให้เป็นโครงการเพื่อรองรับนักท่องเที่ยว แหล่งขึ้นชื่อของจังหวัดปัตตานี แต่ปัจจุบันไม่ถูกพัฒนาต่อยอดเท่าที่ควร จากการเข้าไปสังเกตุการณ์ปรากฎมีนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเสร็จแล้ว มักพูดบ่นกันเป็นเสียงเดียวกัน ว่าไม่มีจุดบริการเปิดเลย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้รับการดูแลมาหลายปีแล้ว
ภูมิทัศน์ โดยรอบๆบริเวณที่มีหน่วยงานท้องถิ่นจัดการ บางส่วนกลายเป็นอนุสรณ์วางทิ้งไว้ เช่นโครงการวางปืนใหญ่พญาตานีจำลองเมื่อหลายปีก่อน เหลือแต่แท่นวางเท่านั้น รวมทั้งสิ่งก่อสร้างหลายๆจุดถูกทิ้งไว้ ไม่ได้มีการบริหารจัดการ คนในชุมชนไม่มีส่วนได้ประโยชน์อะไรเลยจากการท่องเที่ยวนี้

จุดบริการนักท่องเที่ยว ประกอบด้วย
จุดแรกเป็นอาคารศูนย์วัฒนธรรมเรียนรู้ ถูกปิดงาน ไม่ได้ใช้งาน มากว่า 3 ปีแล้ว กลายเป็นที่ สัตว์เลี้ยงพวกแพะ ,แกะเข้าไปขับถ่าย ด้านหน้าและด้านในมีหญ้าขึ้นปกคลุมรกรุงรัง อาคารเริ่มเสียหายเพราะไม่ได้ใช้งาน
จุดที่ 2 ห้องน้ำบริการนักท่องเที่ยวชำรุดเสียหาย ใช้งานไม่ได้เลย ด้านในห้องน้ำเต็มไปด้วยขยะ สกปรก และมีร่องรอยเป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดด้วย
อีกจุดหนึ่งที่อาคารจำหน่ายสินค้าบริการและขายสินค้าที่ระลึก ก็ไม่มีสินค้าบริการวางขายแต่อย่างใด ประตูกระจกด้านหน้าแตกเสียหาย จุดประชาสัมพันธ์ต้อนรับนักท่องเที่ยวก็ถูกปิดไว้ไม่ได้ใช้งานด้วยเช่นกัน

สำหรับมัสยิดกรือเซะ
มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์อิสลาม ประวัติศาสตร์ทางชาติพันธ์ และพหุวัฒนธรรม ไทย จีน มลายู อาหรับและชาติพันธ์อื่นๆ ถือเป็นมัสยิดก่ออิฐถือปูนหลังแรกของประเทศไทย และเป็นมัสยิดที่สร้างอันดับต้นๆของเอเซียอาคเนย์ อายุคาดการณ์ว่า ประมาณไม่ต่ำกว่า 400 ปี ถูกขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากร แต่อนุญาตให้ชาวบ้านสามารถในชุมชนใช้ปฎิบัติศาสนกิจได้

ชาวบ้านรายหนึ่ง ไม่เปิดเผยชื่อ กล่าวว่า ชุมชนต้องการเห็นการพัฒนาที่ดีขึ้น ให้ชุมชนได้ประโยชน์ ชาวบ้านอยากมีงานทำ ให้รัฐมาช่วยเหลือ หรือทางจังหวัดส่งมอบให้ชุมชนดูแลได้ จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจ ไม่อยากเห็นอย่างที่เป็นอยู่ ยังร้องเรียนใครไม่ได้ ไม่ทราบหน่วยงานไหนรับผิดชอบได้จริง รอมานานหลายปีแล้ว วอนขอให้รัฐมาช่วยจัดการโดยด่วน ในห้องน้ำช่วงกลางคืนดึกดื่นจะมีวัยรุ่นมามั่วสุมกันเป็นประจำ อาจไม่ปลอดภัย หรืออาจจะเกิดอาชญากรรมได้