ทางการอินโดฯ ยืนยัน โบอิ้ง737-500 ดิ่งทะเล 62 ชีวิตไม่ทราบชะตากรรม

90

หน่วยกู้ภัย “อิเหนา” อินโดนีเซีย กำลังหิ้วถุง ซึ่งบรรจุซากต้องสงสัยของเที่ยวบิน SJ182 ของสายการบินศรีวิจายาแอร์ ซึ่งประสบอุบัติเหตุดิ่งทะเล หลังเทกออฟขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงจาการ์ตา เมื่อวันเสาร์ (9 ม.ค.)ที่ผ่านมา

ทางการอินโดนีเซียยืนยันเครื่องบินโดยสารของสายการบินศรีวิจายาแอร์ (Sriwijaya Air) เที่ยวบินในประเทศ ดิ่งสู่ทะเลไม่กี่นาทีหลังเทกออฟขึ้นจากท่าอากาศยานกรุงจาการ์ตา เบื้องต้นไม่ทราบชะตากรรมลูกเรือ และผู้โดยสาร 62 คน เร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าค้นหา

โดย เครื่องบินโบอิ้ง 737-500 ที่กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองปนตีอานัก ในจังหวัดกาลีมันตันตะวันตก หายไปจากจอเรดาร์หลังเทกออฟตอนเวลาราวๆ 14.30 น. ล่าช้ากว่ากำหนดประมาณ 30 นาที เนื่องจากมีฝนตกหนัก

บูดี คาร์ยา รัฐมนตรีคมนาคมของอินโดนีเซีย แถลงว่ามี 62 คนอยู่บนเที่ยวบิน SJ 182 ในนั้นรวมถึงลูกเรือ 12 คน ขณะที่เว็บไซต์ detik.com อ้างคำพูดของเขาระบุว่าเครื่องบินตกใกล้ๆ เกาะลากิ ห่างจากสนามบินไปราวๆ 20 กิโลเมตร

หน่วยกู้ภัยบาซานาส ระบุในถ้อยแถลงว่าจะส่งคณะทำงานไปยังพื้นที่หมู่เกาะเทาซันด์ เพื่อช่วยค้นหาเหยื่อ หลังเที่ยวบิน SJ 182 ของสายการบินศรีวิจายาแอร์ประสบอุบัติเหตุ

คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งของอินโดนีเซียเปิดเผยว่า ทุกคนที่อยู่บนเครื่องบินเป็นชาวอินโดนีเซีย

กองทัพเรืออินโดนีเซียชี้จุดที่เครื่องบินสูญหายและได้ส่งกองเรือมุ่งหน้าไปยังบริเวณดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ปฏิเสธพูดถึงความเป็นไปได้ที่จะพบผู้รอดชีวิต

เจฟเฟอร์สัน เออร์วิน เจาเวนา ซีอีโอของสายการบินศรีวิจายาแอร์ กล่าวระหว่างแถลงข่าว ยืนยันว่าเครื่องบินอยู่ในสภาพที่ดีก่อนเทกออฟ

โดย โบอิ้ง 737-500 อายุเกือบ 27 ปี เป็นเครื่องบินรุ่นเก่า กว่า 737 แม็กซ์ที่เต็มไปด้วยปัญหาของโบอิ้งเสีย ในขณะที่ 737 แม็กซ์ของสายการบินไลอ้อนแอร์ เคยประสบอุบัติเหตุนอกชายฝั่งกรุุงจาการ์ตาในช่วงปลายปี 2018 คร่าชีวิตยกลำ 189 ศพ เครื่องบินรุ่นเก่าของ 737 ซึ่งนิยมใช้กันอย่างกว้างขวาง กลับไม่พบประเด็นวิกฤตด้านความปลอดภัย ดังเช่นที่เกิดขึ้นกับ 737 แม็กซ์

โฆษกของโบอิ้งระบุว่า “เราทราบรายงานข่าวจากกรุงจาการ์ตาแล้ว และกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เรากำลังรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพิ่มเติม”

ตามข้อมูลของ Flightradar24 เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบินที่มีความน่าเชื่อถือ ระบุว่า เครื่องบินโบอิ้งเทกออฟตอนเวลา 14.26 น. และไต่เพดานบินขึ้นสู่ระดับ 10,900 ฟุต ภายในเวลา 4 นาที จากนั้นก็เริ่มดิ่งลงอย่างรวดเร็วและหยุดถ่ายทอดข้อมูล 21 วินาทีหลังจากนั้น

ทางโฆษกของกระทรวงคมนาคมระบุว่า ศูนย์ควบคุมการสัญจรทางอากาศของสนามบินนานาชาติซูการ์โนฮัตตา สอบถามนักบินว่าทำไมเครื่องบินถึงมุ่งหน้าไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ แทนที่จะมุ่งไปตามเส้นทางการบินที่คาดหมายไว้ ไม่กี่นาทีก่อนเครื่องบินสูญหายไปจากจอเรดาร์

ในตอนนี้ยังไม่พบเงื่อนงำว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินลดระดับลงอย่างฉับพลัน และบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยเน้นว่าอุบัติเหตุทางอากาศส่วนใหญ่ มีปัจจัยผสมผสานต่างๆ นานา ซึ่งอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนถึงได้ข้อสรุป

ซารัชมาน เจ้าหน้าที่รัฐบาลท้องถิ่น บอกคอมปัสทีวีว่า ชาวประมงพบสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นซากของเครื่องบินในทะเลทางเหนือจากกรุงจาการ์ตาและการค้นหากำลังดำเนินอยู่ อีกหลายช่องเผยให้เห็นภาพของซากดังกล่าว

“เราพบสายเคเบิล ชิ้นส่วนกางเกงยีนส์ และเศษเหล็กเหนือน้ำ” ซุลกิฟลี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคนหนึ่ง บอกกับ CNNIndonesia.com.

พวกญาติๆ เฝ้ารอด้วยใจว้าวุ่นที่เมืองปนตีอานัก ห่างจากกรุงจาการ์ตาราว 740 กิโลเมตร ในนั้นรวมถึง ยามาน ไซ ซึ่งภรรยาและลูกๆ ของเขา 3 คนอยู่เที่ยวบินลำดังกล่าว โดย ไซ เผยว่าเขาอยู่ที่สนามบิน กำลังรอต้อนรับภรรยาและลูกๆ ตอนที่ได้ยินข่าวเครื่องบินสูญหาย “ผมอาจไม่เจอเธออีกเลย” เขากล่าวพร้อมชูรูปถ่ายของลูกสาวคนโต

สำนักงานความปลอดภัย KNKT ของอินโดนีเซีย คาดหมายว่าจะลงมือสืบสวนเหตุการณ์นี้ในทันที ขณะที่คณะกรรมการความปลอดภัยด้านการขนส่งแห่งชาติของสหรัฐฯ จะเป็นหนึ่งในการสืบสวนโดยอัตโนมัติ เนื่องจากเครื่องบินออกแบบและสร้างในอเมริกา