สารวัตร สุดทน!! แฉยับ “ผู้บังคับการตชด.” รีดส่วย ผู้ใต้บังคับชา อ้างสนิท บิ๊กสตช.

62

เปิดเอกสาร นายตำรวจตชด. ยศ “พ.ต.ท.” ตชด.สุดทน แฉ ผู้บังคับการ ตชด. มีพฤติกรรม รีดเงินผู้ใต้บังคับบัญชา อ้างสนิทกับ ผู้ใหญ่ใน สตช.และ รองนายกฯ

วันที่ 31 ม.ค. มีรายงานว่า นายตำรวจยศ พ.ต.ท.สังกัด บช.ตชด.นายหนึ่ง ได้มีหนังสือร้องเรียน เลขรับหนังสือเลขที่ 219 ลงวันที่ 27 ม.ค.2564 ถึงผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายตำรวจระดับผู้บังคับการ ในสังกัด บช.ตชด.นายหนึ่ง ใจความว่า “ด้วยกระผมเป็นข้าราชการตำรวจในสังกัด บช.ตชด.มีความอึดอัดในการกระทำของผู้บังคับบัญชา ที่มีพฤติกรรม หวังผลประโยชน์จากผู้ใต้บังคับบัญชา และกล่าวอ้างว่า ตนเองสนิทกับข้าราชการตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และรองนายกรัฐมนตรี กล่าวคือ

มีการเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมปฎิบัติของ ตชด.ที่ดี โดยกำหนดให้มีการประชุมบริหารประจำเดือนของ ตชด.แต่ละครั้ง ของผู้บังคับกองร้อยทุกนาย 4 กองร้อย จะต้องนำเงินมามาให้ตนเองกองร้อยละ 10,000-15,000 บาท ส่วน ผกก.จะต้องนำเงินมาให้ 30,000-50,000 บาท ตามสภาพพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งไม่เคยมีธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้มาก่อน หากหน่วยใดไม่มีเงินมามอบให้ ก็จะถูกคาดโทษจะย้าย หรือหาเรื่องด่าว่า

ที่ผ่านมาตนเคยจะเข้าพบเพื่อปรึกษาปัญหาของหน่วย ก็ได้รับแจ้งจากตำรวจประจำสำนักงานว่า ท่านไปประชุมการจราจร กับ รองผบ.ตร. ทุกครั้ง โดยเวลาส่วนใหญ่ จะไปอยู่ที่ กรุงเทพมหานคร นานๆครั้ง จึงจะเข้ามาทำงานในพื้นที่ และท่านเคยพูดว่า สนิทกับรอง ผบ.ตร. และเป็นเด็กในบ้านของท่านรองนายกฯ ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่มีใครกล้าโต้แย้งพฤติกรรมดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตามหากท่านเป็นคนสนิทและเด็กในบ้านของ รองผบ.ตร.และรองนายกฯ จริง ก็ยิ่งจะทำให้ท่านทั้งสองเสื่อมเสียชื่อเสียงและเกียรติยศ

ทั้งนี้จากการที่ได้พูดคุยกับตำรวจในสังกัดซึ่งทำงานด้วยกันต่างก็บ่น เป็นเสียงเดียวว่าค่าอาหารกลางวันซึ่งเดิมมีทุกวันก็จะถูกยกเลิกทำให้เดือดร้อน ต้องไปหาอาหารข้างนอกรับประทาน เป็นการเสียค่าใช้จ่าย สำหรับการประชุมแต่ละครั้ง อาหารและน้ำเพื่อรับประทานระหว่างประชุมก็ถูกยกเลิกไปด้วย สำหรับตำรวจประจำสำนักงานของท่านเอง ก็บ่นว่าหากท่านไม่อยู่ ก็ไม่มีอาหารกลางวันกินเหมือนกันโดยจะมีเฉพาะวันที่ท่านอยู่เท่านั้น

ตั้งแต่ท่านมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าหน่วย ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชาอึดอัด ถูกข่มเหงรังแกและหวังผลประโยชน์มากมาย โดยมักอ้างว่าสนิทกับผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ใหญ่ในรัฐบาล หากใครไม่สนองนโยบายก็จะย้ายหรือหาทางดุด่าแกล้งต่างๆนาๆ ผมจึงเรียนมาเพื่อให้ท่านตรวจสอบพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวซึ่ง สร้างความเสื่อมเสียให้แก่หน่วยของกองบัญชาการตำรวจตะเวนชายแดน และเสื่อมเกียรติของผู้บังคับบัญชา และเพื่อให้ดำเนินการทางวินัยและอาญาจึงเรียนมาเพื่อโปรดดำเนินการ”

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถาม ไปยังแหล่งข่าวในสังกัด บช.ตชด.หลายนาย ต่างยืนยันตรงกันว่า ได้ยินเรื่องดังกล่าวจริง แต่ไม่ขอให้ข่าวในกรณีนี้ คาดว่า ผบช.ตชด.น่าจะได้รับทราบถึงเรื่องนี้แล้ว อาจอยู่ระหว่างการตรวจสอบในทางลับ โดยหากเป็นจริงตามหนังสือร้องเรียน ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่ทำลายชื่อเสียงขององค์กร ตชด.อย่างมาก