ไฟสงคราม ส่อเดือด!! หลัง “นัฟตาลี เบนเนตต์” ผงาดนั่งเก้าอี้ผู้นำคนใหม่ อิสราเอล

66

“นัฟตาลี เบนเนตต์” ทะยานขึ้น ครองเก้าอี้นายกฯ อิสราเอล หลังผนึก กลุ่มพันธมิตร 8พรรรคการเมือง ชนะ”เบนจามิน เนทันยาฮู” ขณะนักวิคราะห์ เชื่อ สถานการณ์ในฉนวนกาซ่า ส่อเดือด ด้วยไฟสงคราม จากนโยบายขวจัด สุดโต่งของ ผู้นำยิวคนใหม่

พรรคการเมืองอิสราเอล 8 พรรค ตั้งแต่ขวาจัดยันอาหรับ จับมือกันโค่น “เบนจามิน เนทันยาฮู” พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่เขายึดครองมานานติดต่อกัน 12 ปี โดยสภาลงมติด้วยคะแนนฉิวเฉียดเมื่อวันอาทิตย์รับรอง “นัฟตาลี เบนเนตต์” นักการเมืองยิวชาตินิยมขวาจัดเป็นนายกฯ คนใหม่ ผู้นำตะวันตกแห่แสดงความยินดีเร็วพลัน

ความสำเร็จในการโค่นเนทันยาฮู อดีตนายกรัฐมนตรีขวาจัด วัย 71 ปี ที่ครองอำนาจรวมกันเป็นเวลานาน 15 ปี เกิดขึ้นได้จากการเจรจาต่อรองของ ยาอีร์ ลาปิด อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดังวัย 57 ปี โดยนักการเมืองสายกลางรายนี้ตกลงให้ นัฟตาลี เบนเนตต์ ผู้นำพรรคยามินาซึ่งมี ส.ส.เพียง 6 ที่นั่งในสภานิติบัญญัติระบบสภาเดียว 120 ที่นั่ง ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีก่อน 2 ปีแรก แล้วตัวเขาจะเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศระหว่างนี้ ก่อนจะสลับขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีในปี 2566เอเอฟพีและรอยเตอร์ รายงานว่า เบนเนตต์ มหาเศรษฐีสายเทคโนโลยีอายุ 49 ปี ซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีกลาโหมในรัฐบาลของเนทันยาฮู ชนะการลงมติรับรองในสภาเมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน ด้วยคะแนน 60 ต่อ 59 คะแนน ได้รับการเลือกให้เป็นผู้นำคนใหม่ของอิสราเอล โดยความสนับสนุนจากกลุ่มพันธมิตร 8 พรรคการเมือง ที่ประกอบด้วยฝ่ายขวา 3 พรรค, สายกลาง 2 พรรค, ซ้ายจัด 2 พรรค และพรรคอิสลามอาหรับหัวอนุรักษ์อีก 1 พรรคก่อนหน้าที่สภาจะลงมติ เนทันยาฮู ผู้มีฉายาในกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายขวาว่า “ราชาบิบี” กล่าวต่อสภาอย่างถือดีว่า เขาจะกลับมาเร็วกว่าที่ใครคาดคิด หากชะตาลิขิตให้พวกเราเป็นฝ่ายค้าน เราก็จะทำหน้าที่นี้ด้วยความเชื่อมั่นจนกว่าเราจะโค่นรัฐบาลแย่ๆ ชุดนี้ แล้วกลับมานำพาประเทศในวิถีทางของเราอีกครั้งการพ้นจากอำนาจของเขาและพรรคลิคุดเกิดหลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ซึ่งเป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 2 ปี และตัวเขาไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมได้

โดยเบนเนตต์ ปฏิเสธจะกลับมาญาติดีกับเขา ก่อนหน้าการลงมติในสภาเมื่อวันอาทิตย์ เบนเนตต์ประกาศว่า รัฐบาลของเขาจะเป็น “ตัวแทนของอิสราเอลทั้งหมด” และว่า อิสราเอลถูกโยนเข้าสู่ห้วงแห่งความเกลียดชังและการต่อสู้กันเอง “ถึงเวลาแล้วที่ผู้นำต่างๆ จากทุกภาคส่วนของประชากร จะต้องหยุด หยุดความบ้าคลั่งนี้” เขากล่าวท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทอจากฝ่ายขวาอีกฝั่งว่า “คนโกหก” และ “อาชญากร”ด้าน ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐแสดงความยินดีกับเบนเนตต์อย่างรวดเร็ว โดยกล่าวว่า สหรัฐเฝ้ารอคอยที่จะทำงานกับเขา เพื่อกระชับความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนและใกล้ชิดระหว่างสองประเทศในทุกๆ ด้าน อิสราเอลไม่มีเพื่อนที่ดีไปกว่าสหรัฐอีกแล้ว เช่นเดียวกับ นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ของเยอรมนี, นายกฯ จัสติน ทรูโด ของแคนาดา, โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ และชาร์ลส์ มิเชล ประธานคณะมนตรียุโรป ก็เป็นกลุ่มแรกๆ ที่แสดงความยินดีกับเขา

บรรดาผู้ต่อต้านเนทันยาฮูพากันออกมาฉลองที่จัตุรัสใกล้รัฐสภาในกรุงเยรูซาเลมและใจกลางกรุงเทลอาวีฟ พากันปรบมือโห่ร้องดีใจและโบกสะบัดธง ที่จัตุรัสราบินในเมืองหลวง ผู้คนชูป้ายข้อความว่า “ลาก่อนบิบี” อดีตนายกฯ ผู้สร้างความแตกแยกรายนี้เผชิญข้อกล่าวหาคอร์รัปชันหลายข้อหา ซึ่งเขาปฏิเสธว่าเป็นการสมคบคิด เขาเคยเป็นนายกฯ สมัยแรก 3 ปีระหว่าง 2539-2542 และกลับมายึดเก้าอี้นี้ยาว 12 ปีตั้งแต่ปี 2552 ผู้สนับสนุนเนทันยาฮูยกย่องว่าเขาคือผู้ปกป้องอิสราเอล ด้วยท่าทีแข็งกร้าวกับอิหร่านและปาเลสไตน์ ปีที่แล้วเขายังนำอิสราเอลสถาปนาสัมพันธ์การทูตกับประเทศอาหรับหลายประเทศด้วยเบนเนตต์ ซึ่งสาบานตนรับตำแหน่งและประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในวันอาทิตย์ ให้คำมั่นว่า จะคุ้มครองอิสราเอลให้ปลอดภัยจากอิหร่าน “อิสราเอลจะไม่ปล่อยให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์” เขากล่าวอ้างถึงเป้าหมายที่อิหร่านปฏิเสธเสมอมา รัฐบาลของเขายังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งด้านการต่างประเทศ, การฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 และความมั่นคง ที่นอกจากอิหร่าน ยังรวมถึงข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางกับกองกำลังปาเลสไตน์ในกาซา หลังการสู้รบยาวนาน 11 วันเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน และการสอบสวนอาชญากรรมสงครามโดยศาลอาญาระหว่างประเทศ

นักวิเคราะห์ ทำนายว่า หลังการขึ้นมาครองอำนาจของ “เบนเนตต์” จะยิ่งสร้างความรุนแรงให้เกิดขึ้น ในฉนวนกาซ่า ด้วยนโยบายขวาจัดชนิด”สุดโต่ง” ของผู้นำยิวคนใหม่ ที่เคยประกาศจะ ขับไล่ ชาวปาเลสไตน์ให้พ้นไปจากแผ่นดินยิว  เป็นสถานการณ์ ร้อนที่ต้องติดตาม ชนิด กระพริบตา ไม่ได้ทีเดียว !!