“อิตาลี”ดวลโทษ เฉือนชัย “สิงโตคำราม” อังกฤษ คว้าแชมป์ยูโรฯในรอบ 53 ปี

18

ขุนพลนักเตะ อิตาลี เฉือนชัยด้วยจุดโทษ พิชิต “สิงโตคำราม” อังกฤษ 3-2 คว้าแชมป์ฟุตบอลยูโร ในรอบ53ปี หลังเสมอกันในเวลา 1-1 สร้างความผิดหวังให้กองเชียร์เมืองผู้ดี ทั้งที่เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน

อิตาลีชนะจุดโทษอังกฤษ 3-2 คว้าแชมป์ยูโร หลังเสมอในเวลา 120 นาที 1-1 ในรอบชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม อิตาลีไม่ได้แชมป์ยูโรมาแล้ว 53 ปี หลังจากทำได้เพียงครั้งเดียวในปี 1968 และทำสถิติไม่แพ้ใครมาแล้ว 33 เกมติดต่อกัน (ชนะ 27 เสมอ 6) ส่วนอังกฤษผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศยูโรได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษ : จอร์แดน พิกฟอร์ด, ไคล์ วอล์กเกอร์, ลุก ชอว์, ดีแคลน ไรซ์, จอห์น สโตนส์, แฮร์รี่ แม็กไกวร์, แฮร์รี่ เคน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, คีแรน ทริปเปียร์, คาลวิน ฟิลลิปส์, เมสัน เมาท์

อิตาลี : จานลุยจิ ดอนนารุมม่า, โจวานนี่ ดิ ลอเรนโซ่, จอร์โจ คิเอลลินี่, เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่, นิโคโล่ บาเรลล่า, เอแมร์สัน, มาร์โก้ แวร์รัตติ, จอร์จินโญ่, เฟเดริโก้ เคียซ่า, ลอเรนโซ่ อินซินเญ่, ชิโร่ อิมโมบิเล่อังกฤษขึ้นนำ 1-0 ตั้งแต่นาทีที่ 2 จากจังหวะเปิดบอลจากกราบขวาของทริปเปียร์ ไปเข้าทางชอว์ที่วิ่งเข้ามายิงไม่เหลือ ถือเป็นประตูแรกในการเล่นให้ทีมชาติของชอว์ด้วย นอกจากนั้นยังเป็นประตูที่ทำได้เร็วที่สุดในรอบชิงชนะเลิศของยูโรทุกครั้งที่ผ่านมา

หลังจากนั้นเป็นสิงโตคำรามที่เปิดเกมบุกเร็ว และพาบอลขึ้นไปลุ้นประตูได้หลายครั้ง นาทีที่ 22 จอร์จินโญ่ มิดฟิลด์คนสำคัญของอิตาลีมีอาการเจ็บ ต้องออกไปปฐมพยาบาลข้างสนาม แต่กลับมาลงสนามได้ต่อ นาทีที่ 35 เคียซ่าพาบอลลุยขึ้นไปถึงหน้าเขตโทษอังกฤษ แล้วซัดเต็มข้อ แต่บอลถากเสาออกไป 10 นาทีสุดท้าย อิตาลีเปิดเกมใส่หวังประตูตีเสมอ แต่ยังทำไม่ได้ หมดครึ่งแรก อิตาลีนำ 1-0ครึ่งหลัง นาทีที่ 48 สเตอร์ลิ่งกระชากบอลเข้าไปในเขตโทษอิตาลี แล้วล้มลงไป แต่ผู้ตัดสินไม่ให้เป็นจุดโทษ นาทีที่ 51 อิตาลี ได้ฟรีคิกหน้าเขตโทษ อินซินเญ่รับหน้าที่ยิง แต่ข้ามคานออกไป นาทีที่ 57 อินซินเญ่ได้หลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่ติดมือพิกฟอร์ด ถัดมาอีก 5 นาที เคียซ่าได้ซัดในเขตโทษอีกครั้ง พิกฟอร์ดเซฟไว้ได้อีก

นาทีที่ 67 อิตาลีตีเสมอ 1-1 ได้จากลูกตั้งเตะ บอลชุลมุนในเขตโทษ ก่อนที่โบนุชชี่จะซัดเข้าไปไม่เหลือ ทีมอัซซูรี่ยังบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 79 เคียซ่าลากบอลหลบแนวรับอังกฤษเกือบเข้าเขตโทษ แต่โดนเตะจนล้มลงไป และได้รับบาดเจ็บ ต้องเปลี่ยนเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดชชี่ ลงมาแทนนาทีที่ 67 อิตาลีตีเสมอ 1-1 ได้จากลูกตั้งเตะ บอลชุลมุนในเขตโทษ ก่อนที่โบนุชชี่จะซัดเข้าไปไม่เหลือ ทีมอัซซูรี่ยังบุกต่อเนื่อง นาทีที่ 79 เคียซ่าลากบอลหลบแนวรับอังกฤษเกือบเข้าเขตโทษ แต่โดนเตะจนล้มลงไป และได้รับบาดเจ็บ ต้องเปลี่ยนเฟเดริโก้ แบร์นาร์เดชชี่ ลงมาแทน ช่วงท้ายครึ่งหลังอิตาลีขึงเกมไว้ได้อย่างเด็ดขาด แต่ไม่มีประตูเพิ่ม หมดเวลา 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษหาผู้ชนะ

ตลอด 30 นาที ทั้งสองทีมเปิดเกมใส่กันอย่างสนุก แต่ก็จบด้วยสกอร์เสมอ 1-1 และต้องยิงจุดโทษตัดสิน ผลปรากฏว่า อิตาลีชนะไป 3-2 คว้าแชมป์ยูโรสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ และทำสถิติไม่แพ้ใคร 34 นัดติดต่อกัน ขณะที่อังกฤษยังต้องรอแชมป์ต่อไป