ตามเส้นทางหน้ากาก “อีกาดำ” จนถึงวันเปิดหน้ากาก

255

เป็นหน้ากากที่แค่เผยทีเซอร์เปิดตัว ยังไม่ทันจะร้องเพลงก็มีแฟนคลับติดตามกันแล้วสำหรับ “หน้ากากอีกาดำ” เพราะนอกจากจะมาในคอสตูมที่อลังการแล้ว ความลึกลับน่าค้นหาก็ทำให้แฟน ๆ ต่างสงสัยว่าเขาคือใคร และเมื่อจับไมค์ส่งเสียงร้องที่แหบเสน่ห์ แต่บาดลึกออกมา นั่นยิ่งสะกดคนฟังให้เอาใจช่วยได้ทุกครั้งที่ปรากฏกายบนเวที ซึ่งในที่สุดหลังลุ้นกันอยู่นานว่า ภายใต้หน้ากากอีกาดำนั้นคือซุปตาร์คนไหน

เมื่อเฉลยออกมา เขาคือ “เอ๊ะ จิรากร” นักร้องดังที่มีเพลงฮิตมากมาย เช่น ไม่มีตรงกลาง, จากนี้ไปจนนิรันดร์, ใจกลางความรู้สึกดี ๆ ฯลฯ ที่น้อยคนจะรู้ว่าเขาร้องเพลงร็อคได้อย่างยอดเยี่ยม!

แต่กว่าจะฝ่าด่านมาได้ถึงรอบชิงชนะเลิศนั้น เขาจะต้องพบเจอกับคู่แข่งคนไหนบ้าง เรามาย้อนรอยดูกัน

หน้ากากอีกาดำ เป็นหนึ่งในหน้ากากนักร้องจากกรุ๊ป B ซึ่งประกอบด้วย

หน้ากากพยาบาล (แตงโม นิดา)
หน้ากากสาวน้อย (โป้ โยคี เพลย์บอย)
หน้ากากนกฮูก (จีน กษิดิศ สำเนียง)
หน้ากากวัว (ออดี้ ธนยศ จิวานนท์)
หน้ากากผัดไทย ( ส้มเช้ง สามช่า)
หน้ากากเทวดา (เบลล์ นันทิตา)
หน้ากากหมูป่า (ก้อย รัชวิน)

ในรอบแรกของการแข่งขันนั้น อีกาดำ ต้องเจอกับ หน้ากากพยาบาล ที่มาพร้อมความฮาและการร้องเพลงที่ไม่ธรรมดา โดยอีกาดำเลือกเพลง Endless Rain ของ X-Japan มาโชว์พลัง ทำเอาคนดูตะลึงไปตาม ๆ กัน จนผ่านเข้ารอบไปได้สบาย ๆ แต่ที่เซอร์ไพรส์กว่านั้นคือ “โยชิกิ” หัวหน้าและผู้ก่อตั้งวง X-Japan ได้โพสต์คลิปของหน้ากากอีกาดำ พร้อมแคปชั่นว่า “ว้าว” ลงบนทวิตเตอร์ส่วนตัว ซึ่งเจ้าตัวคงจะปลื้มใจไม่น้อย

รอบ Group Semi Final เป็นการเผชิญหน้ากับ หน้ากากผัดไทย ที่เสียงร้องมาเต็ม แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับ อีกาดำ ที่ขอกรีดหัวใจคนดูด้วยเพลง “ทิ้งรักลงแม่น้ำ” เรียกเสียงปรบมือในสตูดิโอได้อย่างกึกก้อง แถมยังเก็บแฟนคลับได้เพิ่มอีกเพียบ

เมื่อมาถึงรอบไฟนอล เป็นการเจอกันของสายดาร์คอย่าง หน้ากากอีกาดำ และสายแบ๊วปนฮาอย่าง หน้ากากหมูป่า ซึ่งทั้งคู่ขอประชันเสียงร้องกันในเพลง “ความเชื่อ” จนเวทีต้องแสบสะท้าน

แล้วเวทีก็ต้องลุกเป็นไฟ เมื่อ หน้ากากหมูป่า ขอรวมเพลงที่ไม่น่าจะเข้ากันได้อย่าง Only Love Can Hurt Like This และ สาวนาสั่งแฟน มางัดสู้บนเวที ซึ่งกรรมการต่างชมเป็นเสียงเดียวกันว่าครีเอทและมีรสนิยม แต่นั่นไม่ทำให้ อีกาดำ หมดความมั่นใจ แต่ขอสาดไฟให้โหมกระหน่ำด้วยเพลง Zombie ที่ตอนท้ายโชว์การแผดเสียงสูง จนเวทีร้อนระอุ ทำเอากรรมการต้องลุกขึ้นมาปรบมือและยกนิ้วให้ ก่อนที่ผลการตัดสินจะออกมาว่า เขาเป็นผู้ชนะ ผ่านเข้ารอบต่อไป

มาถึงรอบแชมป์ชนแชมป์ เป็นการเจอกันของหน้ากากโทนชุดดำ ระหว่าง หน้ากากอีกาดำ และ หน้ากากมังกร โดยถือว่าเป็นหน้ากากรุ่นใหญ่ก็ว่าได้ ทั้งคู่เริ่มต้นด้วยการร้องคู่กันในเพลง Bring Me to Life ที่ใส่ฟีลร็อกลงไปได้อย่างเผ็ดร้อนและลงตัว ไม่มีใครยอมใคร แค่ยกแรกก็สนุก ไม่ทำให้แฟน ๆ ต้องผิดหวัง

เริ่มการแข่งขันด้วย สายดาร์ค “หน้ากากอีกาดำ” มาทำให้เวทีทวีความร้อนแรงด้วยเพลงร็อกคลาสสิก What’s Up ซึ่งเสียงร้องที่ทั้งดิบและหนักแน่น ทำเอาขนลุกกันทั้งสตูดิโอ ก่อนที่ “หน้ากากมังกร” ที่มาพร้อมวงออเครสตร้าและบทเพลงที่มีไว้สำหรับโชว์พลังเสียงอย่าง The Impossible Dream และเมื่อถึงคิวของการตัดสินจากคนในสตูดิโอและกรรมการ ก็เป็นหน้ากาอีกาดำที่สามารถสยบหน้ากากหญิงเพียงหนึ่งเดียวในรอบนี้ลงได้

แม้รอบสุดท้ายแมตช์ที่แฟนๆ ต่างรอคอยการแข่งขันระหว่าง หน้ากากทุเรียน และ หน้ากากอีกาดำ คู่หยุดโลกที่ในที่สุดหน้ากากทุเรียนก็คว้าแชมป์ไปได้ ไว้เรามาติดตามกันว่าโฉมหน้าใต้หน้ากากทุเรียน จะเป็นคนที่คิดไว้หรือไม่ สัปดาห์หน้า รู้แน่นอน!!