“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถา ชวนต่างชาติ ร่วมลงทุนโครงการคมนาคมในประเทศไทย

30

รมว.คมนาคม ชวนต่างชาติ ร่วมลงทุน โครงการคมนาคม ผ่านการกล่าวปาฐกถาในงาน “ABLF Talks Live Virtual Conclave” หัวข้อ เส้นทางสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ชี้อนาคตไทยจะเป็นศูนย์กลาง คมนาคมของภูมิภาค

วันที่ 7 ก.ย. 2564 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ร่วมกล่าวปาฐกถาในงาน “ABLF Talks Live Virtual Conclave” รูปแบบออนไลน์ หัวข้อ “The Long Road to Economic Stability” (เส้นทางสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ) โดยมีนายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม และ นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมงาน พร้อมกับผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกที่ให้ความสนใจเข้ารับชมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของ ABLF Talk Live กว่า 30,000 คน

สำหรับ Asian Business Leadership Forum (ABLF) เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550 ร่วมกับกระทรวงเศรษฐกิจของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่ง ABLF Talks Live Virtual Conclave เป็นส่วนหนึ่งของ ABLF Talks เริ่มออกอากาศเมื่อปี พ.ศ. 2526 ทางช่อง CNBC Arabia ซึ่งเป็นช่องเคเบิลทีวีที่นำเสนอข้อมูลทางธุรกิจในภูมิภาคตะวันออกกลาง และในปีนี้ ABLF Talks ได้พัฒนารูปแบบและช่องทางการนำเสนอให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น โดยสร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เปรียบเสมือนเวที ให้ผู้นำ ผู้บริหาร นักลงทุน นักวิชาการ ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ (Startup) ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันพัฒนาขีดความสามารถทางด้านเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ในช่วงการกล่าวปาฐกถาฯ นายศักดิ์สยาม ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของประเทศไทย ในการพัฒนาโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ด้านโลจิสติกส์และคมนาคมขนส่ง สามารถขนส่งและกระจายสินค้าไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างไร้รอยต่อ และประเทศไทย จะเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมขนส่งของภูมิภาค ผ่านโครงการสำคัญ คือ โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย (Southern Land Bridge) ที่เชื่อมต่อการขนส่งทางน้ำระหว่างทะเลอันดามันและอ่าวไทยผ่านจังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร และในอนาคตจะเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออกไกลโดยเส้นทางดังกล่าวจะช่วยลดระยะเวลาการขนส่ง ส่งผลให้ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสำหรับการขนส่งสินค้าทางทะเล ผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางน้ำทีสำคัญของภูมิภาค

นอกจากนี้การขยายขีดความสามารถทางด้านบก ราง อากาศ ยังคงเป็นนโยบายหลักที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ความสำคัญ อาทิ การพัฒนาโครงข่ายทางพิเศษระหว่างเมืองและระบบราง (MR–Map) โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังและมาบตาพุด โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน การขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ ๒ และการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาบุคลากรด้านการบินสู่ระดับสากล เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างชาติ และกระตุ้นระบบเศรษฐกิจไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมยังกล่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาระบบขนส่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ โครงการ M-Flow (การจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางอัตโนมัติแบบไม่มีไม้กั้น) การติดตั้ง GPS บนรถโดยสารสาธารณะ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในงานระบบควบคุมจราจรทางอากาศ (TMCS) และทางน้ำ (VTS) รวมถึงการนำยางพารามาใช้ในการลดอุบัติเหตุทางถนน (Rubber Fender Barrier) เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวทั้งในประเทศและต่างประเทศ