“ชลน่าน” ผงาด ประมุขเพื่อไทย ไร้คู่แข่ง “สุทิน-ยุทธพงศ์-จุลพันธ์” รอง หน.พรรค

40

เป็นไปตามคาด ไม่พลิกโผ! “หมอชลน่าน”นั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แบบไร้คู่แข่ง ลั่นพร้อมกลับมาทำหน้าที่ลงมือทำทันที แทนคำสัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนในการนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤต

วันที่ 28 ต.ค. 2564 ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.ขอนแก่น มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ของพรรคเพื่อไทย โดยในช่วงบ่ายมีวาระสำคัญคือ เรื่องปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารพรรค หลังจากที่ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ลาออกจากตำแหน่ง หวังเปิดทางคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนพรรคต่อ

โดยผลการลงคะแนน สมาชิกให้ความไว้วางใจ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แบบไร้คู่แข่ง ด้วยคะแนน 332 คะแนน ขณะที่รองหัวหน้าพรรค ประกอบด้วย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร , นายสุทิน คลังแสง , นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ , และนายสรวงศ์ เทียนทอง โดยมีการปรับเปลี่ยน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และนายพิชัย นริพทะพันธ์ ออกจากตำแหน่ง ด้าน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ยังนั่งตำแหน่งเลขาธิการพรรคตามเดิม ขณะที่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ นั่งตำแหน่งโฆษกพรรค แทน น.ส.อรุณี กาสยานนท์ ที่ปรับเปลี่ยนไปเป็นตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคแทน นอกจากนี้ ยังมีการปรับตำแหน่งเหรัญญิกพรรคเป็น นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์นพ.ชลน่าน กล่าวภายหลังได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ว่า การทำหน้าที่ในฐานะหัวพน้าพรรค และกรรมการบริหารชุดใหม่ จะทำหน้าที่ประสานงานร่วมกับคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางทางการเมือง คณะที่ปรึกษาการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธาน เพราะเห็นว่าขณะนี้ประเทศตกอยู่ในภาววิกฤติ โดยเฉพาะเศรษฐกิจ สุขภาพ และสิทธิเสรีภาพ ที่มาจากการบริหารงานรัฐบาลที่ยังขาดองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแก้ปัญหาไม่ตรงจุด

“วันนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน โดยใช้ประสบการณ์ และสติปัญญาที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีต รวมถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ มาเป็นพลังในการนำพาประเทศก้าวข้ามวิกฤต เพื่อนำไปสู่อนาคตที่สดใส มั่นคง แก้ปัญหาที่ยังถูกปิดกั้นอยู่” หน.พรรคเพื่อไทยคนใหม่ กล่าวและ ย้ำว่า จะลงมือทำอย่างทันทีแทนคำสัญญา เพื่อสร้างความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยพร้อมเดินหน้าสานต่อภารกิจในการตอบสนองความต้องการของประชาชนตามสโลแกน

“พรรคเพื่อไทย หัวใจประชาชน” และ “พรุ่งนี้เพื่อไทย เพื่อชีวิตใหม่ของประชาชน” และจะปรับตัวเองให้รู้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก และเข้าถึงคนทุกกลุ่มทุกวัย เพื่อสร้างความเข้าใจในความแตกต่างรวมถึงเร่งจัดทำนโยบายทั้งเศษฐกิจ เกษตร การศึกษา การพัฒนาพื้นฐาน และการเป็นประชาธิปไตย ที่เน้นการรับฟัง การมีส่วนร่วม เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ และทำลายเผด็จการที่ยังแฝงตัวอยู่ และอาสาจะมาปลดทุกข์ เพิ่มสุข และสร้างอนาคตให้ประชาชน