โดรนติดระเบิด ถล่มบ้าน หวังลอบสังหาร “มุสตาฟา อัล-คาดิมี” ผู้นำอิรัก

42

กองกำลังไม่ทราบฝ่าย ใช้ โดรนติดระเบิด ถล่มบ้าน หวังลอบสังหาร “มุสตาฟา อัล-คาดิมี” นายกรัฐมนตรีอิรัก โดยล่าสุดยังไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

วันที่ 7 พ.ย.2564 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้โดรนติดระเบิด โจมตีบ้านพักนายกรัฐมนตรี มุสตาฟา อัล-คาดิมี ในเขตกรีนโซน ของกรุงแบกแดด ประเทศอิรัก เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำตัวนายกรัฐมนตรีได้รับบาดเจ็บ 6 นาย ส่วนตัวนายกรัฐมนตรีปลอดภัย

การโจมตีดังกล่าว ซึ่งทางกองทัพอิรักระบุว่า เป็นความพยายามลอบสังหารนายอัล-คาดิมี เกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมากับเจ้าหน้าที่ตำรวจอิรัก เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ในบริเวณด้านนอกติดกับเขตกรีนโซน ซึ่งเป็นเขตรักษาความปลอดภัยสูงสุด เนื่้องจากเป็นที่ตั้งของทำเนียบ, ที่ทำการรัฐบาลและบรรดาสถานเอกอัครราชทูตของชาติต่างๆ กองทัพอิรัก ออกแถลงการณ์ถึงการโจมตีครั้งนี้ว่า พุ่งเป้าไปที่บ้านพักนายกรัฐมนตรีโดยตรง อย่างไรก็ตาม นายอัล-คาดิมี ปลอดภัยดี ในขณะบัญชีทวิตเตอร์ของนายกรัฐมนตรีอิรักเอง ระบุเช่นเดียวกันว่านายอัล-คาดิมี ไม่ได้รับอันตรายใดๆ และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอยู่ในความสงบ

ทางด้านนายเน็ด ไพรซ์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ แถลงประนามการกระทำดังกล่าว และระบุว่า “ดูเหมือนเป็นการก่อการร้าย” โดยย้ำว่าหน่วยงานของทางการสหรัฐกำลังติดต่ออยู่กับกองกำลังความมั่นคงของอิรักเพื่อเสนอให้ความช่วยเหลือและช่วยสืบสวนสอบสวนกรณีนี้ ทั้งนี้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบในการลงมือปฏิบัติการอุกอาจครั้งนี้

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งไม่เห็นด้วยกับกระบวนการเลือกตั้งและการนับคะแนนในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา ชุมนุมประท้วงในกรุงแบกแดดและพากันขว้างปาก้อนหินสิ่งของเข้าใส่เจ้าหน้าที่จนได้รับบาดเจ็บหลายนาย ทำให้ถูกตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตาและกระสุนจริง จนผู้ประท้วงรายหนึ่งเสียชีวิต โดยกลุ่มผู้ประท้วงดังกล่าวมีกองกำลังติดอาวุธที่อิหร่านให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

ผลการเลือกตั้งดังกล่าว ส่งผลให้นายอัล-คาดิมี ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี และ ลดทอนอิทธิพลของ กองกำลังนิยมอิหร่าน ที่ขยายอิทธิพลเข้าสู่สภาและรัฐบาลอิรักเพิ่มมากขึ้นในระยะหลัง โดยนักวิเคราะห์อิสระระบุว่า นายอัล-คาดิมี ได้รับเลือกเนื่องจากประชาชนไม่พอใจต่อกลุ่มนักการเมืองนิยมอิหร่านที่เป็นรัฐบาลในช่วงปี 2019 และลงมือปราบปรามการชุมนุมประท้วงอย่างหนัก เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 100 ราย