“ชลน่าน”ควง”สุรชาติ” หาเสียงลต.ซ่อม ชูนโยบาย”ทักษิณ”ขอโอกาสเข้าสภาฯ

34

หน.พรรคเพื่อไทย นำ”สุรชาติ เทียนทอง”  เบอร์ 3 เพื่อไทย เรียกคะแนนตลาดท่าทราย มั่นใจเห็นสัญญาณที่ดีจากประชาชน กำชับอย่าขายศักดิ์ศรีตนเอง ขอโอกาสเข้าสภาฯ

วันที่ 15 ม.ค. 2565 เวลา 07.30 น. ที่ตลาดนัดการเคหะท่าทราย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) นำนายสุรชาติ เทียนทอง ผู้สมัครเบอร์ 3 พร้อมด้วยนายสรวงศ์ เทียนทอง ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดนัดการเคหะท่าทราย เพื่อพบปะทักทายประชาชน หลังจากนั้นได้นั่งร่วมโต๊ะดื่มกาแฟกับผู้คนในชุมชนด้วยบรรยากาศราบรื่นเป็นกันเอง

นพ.ชลน่าน กล่าวว่าจากการลงพื้นที่พร้อมนายสุรชาติ ในวันนี้ ได้รับฟังข้อเท็จจริงและเสียงสนับสนุนจากปากของพี่น้องประชาชน ประกอบกับกระแสตอบรับจากเวทีปราศรัยใหญ่เมื่อวาน (14 ม.ค.) ก็เป็นไปในทางดี ตนจึงมีความมั่นใจอย่างมาก และมองว่านี่เป็นสัญญาณของประชาชนซึ่งกำลังจะทวงคืนศักดิ์ศรีที่สูญเสียไป และมอบให้กับคนทำงานที่แท้จริง ทั้งนี้ตนขอยกให้ท่าทรายเป็นชุมชนต้นแบบของการต่อต้านการทุจริตการเลือกตั้ง เพราะประชาชนมีความหวงแหนในสิทธิเสียงของตนเอง โดยเฉพาะการซื้อบัตรประชาชนซึ่งปัจจุบันเกิดการโน้มน้าวชักจูงกันอย่างมากในหลายพื้นที่ ซึ่งตนมองว่าการขายสิทธิ์ขายเสียงของตัวเองในราคา 3,000-5,000 บาท เชื่อว่าคนในชุมชนนี้ไม่ยอมขายศักดิ์ศรีและพร้อมร่วมกันต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างแน่นอน

นพ.ชลน่าน ยังกล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบายปฏิรูประบบราชการของพรรคเพื่อไทย โดยหากมองย้อนไป ข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า การปฏิรูปที่มีประสิทธิภาพเกิดขึ้นในสมัยของรัฐบาล ดร.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยได้ถือเป็นแม่แบบของการปฏิรูประบบราชการให้รับใช้พี่น้องประชาชนได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดการรัฐประหารขึ้น นโยบายดังกล่าวจึงชะงักไป ในการนี้พรรคเพื่อไทยจึงขอโอกาสอีกครั้ง และให้คำมั่นว่าจะผลักดันให้เกิดระบบราชการที่กระจายอำนาจสู่ประชาชน ไม่รวมศูนย์

ด้านนายสุรชาติ ได้กล่าวว่ามีความพอใจกับการปราศรัยเมื่อวาน เพราะมีโอกาสได้ถ่ายทอดอุดมการณ์และความรู้สึกของตน พร้อมทั้งขอให้ติดตามการปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ในวันที่ 28 ม.ค. นี้ บริเวณเขตจตุจักร ทั้งยังเน้นย้ำให้ประชาชนออกใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 30 ม.ค. นี้ เชื่อว่าพลังงานบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชนจะเป็นตัวตัดสินและต่อต้านการทุจริตเลือกตั้งได้ดีที่สุด