ถึงจุดเดือด! กองทัพญิฮาด ฮามาสเตรียมรบอิสราเอล หลังเหตุสลายในอัลอักศอ

227

สถานการณ์ในฉนวนกาว่ากลับมาระอุอีกครั้ง หลังอิสราเอลส่งทหารเข้าไปสลายการละหมาดวันศุกร์ของพี่น้องปาเลสไตน์ในอัลอักศอ และทำร้านแม้กระทั่งเด็กและสตรี ทางกลุ่มฮามาสจึงได้ตอบโต้ด้วยการยิงจรวดเข้าใสอิสราเอล แต่ระบบป้องกันภัยได้ป้องกันเอาไว้ จากนั้นอิสราเอล ได้ส่งเครื่องบินรบเข้าโจมตีปาเลสไตน์ ล่าสุด ฮามาสได้เตรียมกำลังพลเพื่อการรบกับอิสราเอล

รอยเตอร์ได้ลงภาพนักรบฮามาสอาวุธครบมือในนามกองทัพอัลกุด ปีกอิสลามิกญีฮาด ในทางตอนใต้ของฉนวนกาซ่า  ขณะที่สำนักข่าว middleeasteye.net ได้นำเสนอข่าวระบุว่า มีโทรศัพท์ 150 สายจากหลายผู้นำประเทศ ในรอบ 48 ชั่วโมงไปยังฮามาสไม่ให้รบกับอิสราเอล โดยเฉพาะสหรัฐฯ แต่อยู่เคียงข้างผู้รุกรานอย่างอิสราเอล และเข้าข้่างอิสราเอลมาตลอด ไม่ต้องการให้โลกหันเหความสนใจจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน

 ดร.ศราวุฒิ อารีย์ ผู้อำนวยการศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสตฺ์ข้อความระบุว่า วันนี้มีสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่กาซ่าครับ สื่อรายงานว่าระบบป้องกันขีปนาวุธของอิสราเอลสามารถสกัดกั้นจรวดที่ถูกยิงมาจากดินแดนฉนวนกาซ่า
จากนี้ไปหากมีข่าวออกมาบอกว่าอิสราเอลส่งเครื่องบินรบเข้าไปโจมตีฮามาส (Hamas) ในกาซ่า สื่อก็จะรายงานว่าการทำเช่นนั้นของอิสราเอลเป็นไปเพื่อตอบโต้การยิงจรวดจากฉนวนกาซ่าเข้ามายังดินแดนประเทศของตน เหมือนอิสราเอลมีความชอบธรรมที่จะทำอย่างนั้น
จริง ๆ แล้วการที่จะเสพข่าวจากสื่อในเรื่องที่เกิดขึ้นกับชาวปาเลสไตน์ในกาซ่าเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง ผมเคยเสนอไปแล้วครั้งหนึ่งว่าการจะทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในกาซ่า เราต้องพิจารณา 3 เรื่องข้างใต้นี้ประกอบกันไปด้วย
ประการแรก วิกฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซ่ามักถูกฉายภาพออกมาในลักษณะการห้ำหั่นกันระหว่าง 2 รัฐ คือ ปาเลสไตน์กับอิสราเอล แต่ในความเป็นจริงนั้น มันเป็นการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายที่เป็นผู้ยึดครอง ซึ่งกระทำต่อผู้ถูกยึดครองอย่างไร้ความปรานี เพราะตลอดช่วงเวลากว่า 70 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายไม่มีอะไรที่เท่าเทียมกันเลย อิสราเอลเป็นฝ่ายที่รุกไล่ เอาเปรียบ และกดขี่ปาเลสไตน์มาโดยตลอด
เดิมที่เมื่อกว่า 80 ปีก่อน ตอนนั้นดินแดนที่เรียกว่า “อิสราเอล” วันนี้ เคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด อาจมีชาวยิวอยู่บ้างที่เป็นชนส่วนน้อย มีอยู่ไม่ถึงร้อยละ 10 ของประชากรทั้งหมด
แต่ปัจจุบันอิสราเอลบุกเข้าไปยึดครองจนเหลือพื้นที่ให้ “เจ้าของบ้านเดิม” ไม่ถึงร้อยละ 15 แถมยังรุกล้ำพื้นที่ที่เหลืออยู่น้อยนิดนี้ด้วยวิธีการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งนิคมชาวยิวที่ผิดกฎหมายมากมาย หรือการสร้างกำแพงและรั้วลวดหนาม กักบริเวณชาวปาเลสไตน์ไม่ให้ได้ลืมตาอ้างปากและไม่ให้มีโอกาสได้ติดต่อกับโลกภายนอกง่ายๆ
ประการที่สองที่เราควรต้องเข้าใจคือ ในช่วงกว่า 15 ปีที่ผ่านมา อิสราเอลได้ใช้มาตรการปิดล้อมฉนวนกาซ่า จำกัดการนำเข้าอาหารการกิน ยารักษาโรค วัสดุก่อสร้าง และสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ นอกจากนั้น ด่านพรมแดนต่างๆ ของกาซ่า ทั้งที่จะข้ามไปอียิปต์และอิสราเอลก็ถูกปิด ระบบเศรษฐกิจของกาซ่าถูกทำลาย
สภาพความเป็นอยู่ของผู้คนเกือบ 2 ล้านคนที่อยู่ในอาณาบริเวณเล็กๆ แค่ 360 ตารางกิโลเมตร เปรียบเหมือนถูกลงโทษแบบเหมารวมอยู่ใน “คุกเปิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก” (สหประชาชาติเขาว่าเอาไว้อย่างนั้น)
ยิ่งนานวันชาวปาเลสไตน์ในกาซ่าก็ยิ่งตายมากขึ้นอันเกิดจากมาตรการปิดล้อม ไม่ว่าจะเกิดจากการโจมตีของอิสราเอลครั้งต่างๆ ที่ผ่านมา หรือการตายอันเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บเพราะไม่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรคเพียงพอ ที่แย่กว่านั้นคือเด็กปาเลสไตน์กว่าครึ่งในฉนวนกาซ่าเป็นโรคขาดสารอาหาร กำลังรอความช่วยเหลือจากน้ำใจของพี่น้องร่วมโลก (ทั้งหมดนี้มีหลักฐานเป็นรายงานขององค์การสหประชาชาติครับ)
ประการสุดท้าย นับตั้งแต่ชนะการเลือกตั้ง (ปี 2006) เป็นรัฐบาลปกครองปาเลสไตน์ กลุ่มฮามาสในฉนวนกาซ่าได้ยื่นข้อเสนอต้องการทำข้อตกลงหยุดยิงถาวรหากอิสราเอลจะถอนกองกำลังออกไปจากดินแดนทั้งหมดที่อิสราเอลเข้ามายึดครองตั้งแต่สงครามหกวันปี 1967 ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่สอดคล้องกับมติ 242 ของสหประชาชาติ
แต่แทนที่อิสราเอลจะยอมเข้ามาเจรจาแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มีมานานโดยอาศัยช่องทางทางการเมืองและการทูตตามระบอบประชาธิปไตย อิสราเอลกลับไปร่วมมือกับสหรัฐกดดันรัฐบาลฮามาสในทุกวิถีทาง ทั้งทางลับและเปิดเผย เพื่อโดดเดี่ยวและทำลายคะแนนนิยมของกลุ่มฮามาส ไม่ว่าจะเป็นการปิดล้อมกาซ่า การส่งอาวุธให้ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างกลุ่มฟาตะห์ จนเกิดสงครามกลางเมืองภายในดินแดนปาเลสไตน์เมื่อปี 2007
ตลอดรวมถึงการที่อิสราเอลใช้วิธีโจมตีฉนวนกาซ่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งในปี 2008-9 ปี 2012 ปี 2014 และล่าสุดเมื่อปีที่แล้ว ที่เหยื่อความรุนแรงส่วนใหญ่เป็นเด็กและผู้หญิง นี่ยังไม่นับรวมการโจมตีทิ้งระเบิดครั้งเล็กครั้งน้อยที่เกิดขึ้นตลอด 15 ปีที่ผ่านมา
เรื่องพวกนี้ทั้งหมดควรนำมาพิจารณาควบคู่กับการเสพข่าวประจำวันที่เกี่ยวกับสถานการณ์ปาเลสไตน์ด้วยครับ