รฟม.เตรียมโอน รถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ กทม. พร้อมหนี้ก้อนโต กว่า 5.4ล้าน

98

รฟม.เตรียมโอน รถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ กทม. เผยหนี้อ่วม 5.42 หมื่นล้านบาท จี้ กทม. เร่ง เสนอเรื่อง ให้ครม.รับทราบ คาดจะดำเนินการลงนามได้ภายในเดือน ก.ย.นี้

วันที่ 17 มิ.ย. 2565 ที่ กระทรวงคมนาคม นายภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผย ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำกับดูแลและติดตามโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ครั้งที่ 2/2565 ว่า เป็นการติดตามงานภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) การมอบให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) เป็นผู้บริหารจัดการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต (สายสีเขียวฝั่งเหนือ) แล ะช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ (สายสีเขียวฝั่งใต้) ร่วมกับผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กทม. รฟม. สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ สำนักงบประมาณซึ่งในที่ประชุมหารือ ถึงเอ็มโอยู (เพิ่มเติมฉบับที่ 1) ว่าด้วย การจำหน่ายทรัพย์สินและโอนภาระทางการเงิน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวฯ ของ รฟม. ให้กับ กทม. โดยรายละเอียดของการจัดทำบันทึกข้อตกลงฉบับดังกล่าว เพิ่มเติมมาจากข้อตกลงที่ได้ลงนามร่วมกันไปเมื่อปี 2561 ในครั้งที่มีการโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ส่วนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ เนื่องจากรายละเอียด เรื่องภาระหนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อีกทั้งยังมีภาระหนี้เพิ่มเติมจากส่วนของช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ที่ กทม.นำไปบริหารจัดการด้วย คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ก่อนจบปีงบประมาณ 2565 หรือ ประมาณเดือน ก.ย.นี้

นายภคพงศ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ มีการรายงานภาระหนี้ที่ กทม.ค้างชำระ ซึ่งเป็นส่วนของงานโยธา ณ วันที่ 31 พ.ค. 2565 มีมูลหนี้อยู่ที่ประมาณ 5.33 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น สายสีเขียวฝั่งเหนือ 3.41 หมื่นล้านบาท และสีเขียวฝั่งใต้ 1.91 หมื่นล้านบาท และคาดการณ์ว่าตลอดปีงบประมาณ 2565 หรือตั้งแต่เดือน เม.ย. – ก.ย. 2565 จะมีภาระหนี้ประมาณ 54,284 ล้านบาท

โดยคาดว่าระหว่างเดือน เม.ย. – ก.ย. 2565 จะมีดอกเบี้ยสะสมประมาณ 970 ล้านบาท หรือ ประมาณ 161 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่ง กทม. จะต้องมีการบรรจุเรื่องดังกล่าวนี้ เสนอเข้าสภา กทม. เพื่อพิจารณารับทราบ คาดว่าจะใช้เวลาการรวบรวมข้อมูล 2 เดือน เพราะประธานสภา กทม. เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง เช่นเดียวกับผู้ว่าฯ กทม. ก่อนจะเสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติลงนามบันทึกข้อตกลงรับโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ในโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว

“หนี้ส่วนนี้เป็นหนี้ที่เกิดจากงบประมาณการลงทุนส่วนของงานโยธาที่ รฟม.รับผิดชอบ รวมไปถึงงบเวนคืนที่ดิน และค่าจ้างที่ปรึกษา เมื่อ กทม.ลงนามบันทึกข้อตกลงรับโอนทรัพย์สินและภาระหนี้ จะต้องไปดำเนินการจ่ายหนี้ทั้งหมดให้กับสำนักงบประมาณ โดยหนี้จะเป็นตัวเลขเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับว่า กทม.มีความพร้อมรับมอบภาระหนี้เมื่อไหร่ หากว่าช้ากว่านี้ออกไปอีก ก็จะเพิ่มภาระดอกเบี้ยที่ กทม.ต้องรับผิดชอบ” ผู้ว่าฯ รฟม. กล่าว