“พิพัฒน์” เปิดงาน กินเที่ยว ไหว้ วิถี มงคล กระตุ้นศก.หาดใหญ่ ขานรับนโยบาย5F

165

รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “Eat Pray Love @Hatyai” กิน เที่ยว ไหว้ วิถีมงคล ของคนหาดใหญ่ ยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้รู้จักกันในวงกว้าง สอดรับนโยบาย 5F 

วันที่ 24 มิถุนายน 2565 เวลา 18.00น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรม “Eat Pray Love @Hatyai” กิน เที่ยว ไหว้ วิถีมงคล ของคนหาดใหญ่ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 – 26 มิถุนายน 2565 เพื่อให้เกิดกิจกรรมเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรม และเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมของนครหาดใหญ่ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง พร้อมทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์เมืองหาดใหญ่ที่นำมาสู่การกระตุ้นเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม โดยมี นายอำพล พงศ์สุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา, พล.ต.ท. สาคร ทองมุณี นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่, ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, นายจรูญ แก้วมุกดากุล ท่องเที่ยวและกีพาจังหวัดสงขลา หน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมงาน ณ บริเวณอาคารชิโนยูโรเปียน ถนนนิพัทธ์อุทิศ 1 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาจากนั้น นายพิพัฒน์ พร้อมคณะฯ รับชมการแสดง Lighting ภายใต้ธีม Eat Pray Love บริเวณตึกชิโนยูโรเบียน ชมชุดการแสดงพหุวัฒนธรรมจากเยาวชนในพื้นที่ ชมนิทรรศการพหุวัฒนธรรม ภายในอาคารตึกชิโนโปรตุกิส และร่วมชมการออกร้านอาหาร สินค้า ผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์บนฐานทุนวัฒนธรรม ชมการสาธิตการทำอาหารมงคล และสินค้ามงคล จากตัวแทนชุมชน สมาคม และหน่วยงานในพื้นที่รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า งาน Eat Pray Love @Hatyai เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวจังหวัดสงขลา ที่ต้องการ “ฟื้นจังหวัดสงขลาด้วยท่องเที่ยว” ใช้ทุนทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ด้านอาหาร ประเพณี ความเชื่อ และวิถีชีวิตท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอด เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของจังหวัดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง สอดรับกับ นโยบายส่งเสริมวัฒนธรรม 5F ได้แก่ Food (อาหาร), Film (ภาพยนตร์และวีดิทัศน์), Fashion (การออกแบบแฟชั่นไทย), Fighting (ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย) และ Festival (เทศกาล ประเพณีไทย) ของรัฐบาล สร้างโอกาสและช่องทางใหม่ๆ ในการดึงรายได้เข้าสู่จังหวัดด้วย Soft power พัฒนาจังหวัดสงขลาไปสู่การเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ต่อไป อันจะเป็นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและประเทศไทยโดยรวมในที่สุด