กก.บห.เพื่อชาติลาออกบีบ “ศรัณย์วุฒิ” พ้นเก้าอี้ หน.พรรค แฉยับ ไม่เหมาะเป็นผู้นำ

358

กก.บห.พรรคเพื่อชาติ พร้อมใจลาออกบีบ ‘ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ’พ้นหัวหน้าพรรค ร่อนแถลงการณ์แฉพฤติกรรม เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรค ด้อยค่าผู้ร่วมงาน จนมิอาจยอมรับได้

วันที่ 27 ก.ค.65 ที่ห้องทานตะวัน โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน พระราม 9 กรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติ (พช.) จัดการประชุมวาระพิเศษเกี่ยวกับทิศทางการดำเนินกิจการทางการเมือง โดยมีวาระสำคัญ คือ คณะกรรมการบริหารพรรคทั้ง 11 คนประกาศลาออก เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่แทนนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ส.ส.อุตรดิตถ์ หัวหน้าพรรค พช. ซึ่งมีปัญหาขัดแย้งหลายเรื่องกับคนในพรรค นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งกับ นายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรค อีกด้วยจากนั้น พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ตัวแทนพรรคเพื่อชาติ ได้อ่านแถลงการณ์ว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อชาติเป็นพรรคที่มีบทบาทค่อนข้างน้อยในสภา เนื่องจากเป็นพรรคการเมืองใหม่และยังมีประสบการณ์น้อย เมื่อนายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ ถูกขับไล่ออกจากพรรคเพื่อไทย คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อชาติได้ มองว่าการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากเป็นหนึ่งในอุดมการณ์ของเรา ประกอบกับพรรคเพื่อชาติเคยได้ยินได้ฟังบทบาทของนายศรัณย์วุฒิที่บอกเสมอว่า ตนนั้นกล้าหาญ ไม่กลัวใคร และเป็นนักสู้ สมาชิกและคณะกรรมการจึงได้ให้โอกาสนายศรัณย์วุฒิและทาบทามให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคชั่วคราว จนกว่าจะได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ ซึ่งเป็นที่ทราบโดยทั่วกันอย่างไรก็ดี ภายหลังจากเข้ารับตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ นายศรัณย์วุฒิกลับมีพฤติกรรมอันเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของพรรค อาทิ การไม่ปฏิบัติหน้าที่ ไม่ยอมลงนามในเอกสารต่างๆ อันเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของหัวหน้าพรรค จนทำให้พรรคไม่สามารถดำเนินกิจกรรมได้และเกิดเป็นความเสียหาย เช่น การส่งรายงานที่มีความจำเป็นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนเป็นเหตุให้เกิดโทษและค่าปรับ และแม้พรรคเพื่อชาติพยายามที่จะให้นายศรัณย์วุฒิมอบอำนาจเพื่อให้พรรคสามารถดำเนินการเสียค่าปรับดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ก็ยังไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด

นอกจากนี้นายศรัณย์วุฒิ ยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อการเป็นผู้นำ อาทิ การด้อยค่าผู้ร่วมงาน การปฏิเสธที่จะร่วมกิจกรรมของพรรคโดยเฉพาะงานสำคัญที่พรรคเพื่อชาติจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้แก่สมาชิกและประชาชน เมื่อวันที่ 28 พ.ค.2565 การขาดภาวะผู้นำในการบริหารจัดการองค์กร ตลอดจนการมีแนวทางในการทำงานที่องค์กรต้องตอบสนองความต้องการของหัวหน้าพรรคแต่เพียงผู้เดียวมิใช่ส่วนรวม จะเห็นได้ว่าพฤติกรรมเช่นนี้ ขัดต่อหลักการประชาธิปไตย และเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยและการทำงานของพรรคเพื่อชาติในฐานะพรรคการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ไม่นานมานี้ นายศรัณย์วุฒิ ยังได้กล่าวออกสื่อ และพาดพิงพรรคเพื่อชาติในทางเสียหาย อาทิ การกล่าวหาว่ามีผู้ครอบงำพรรค หรือการกล่าวหาว่าพรรคเพื่อชาติเป็นวัดร้างที่เต็มไปด้วยสัมภเวสี แสดงให้เห็นว่า นายศรัณย์วุฒิมิได้มีความศรัทธาต่อพรรคเพื่อชาติและประชาชนผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ จงใจไม่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าพรรคตามที่ควรจะเป็นในข้อบังคับพรรคเพื่อชาติ อีกทั้งยังเป็นพฤติกรรมที่จงใจสร้างความเสียหายให้แก่พรรคเพื่อชาติอย่างร้ายแรง เป็นพฤติกรรมที่มิใช่วิสัยของผู้นำองค์กรควรจะเป็น หากพรรคเพื่อชาติจะเป็นวัด ก็เป็นวัดที่เป็นที่พึ่งพิงให้แก่ผู้ตกทุกข์ได้ยาก ผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็น หาใช่วัดร้างที่มีแต่สัมภเวสีไม่ การกล่าวเช่นนี้มิได้ต่างจากการดูถูกประชาชนผู้เป็นผู้สนับสนุนพรรคเพื่อชาติ ผู้ซึ่งอยู่ในบ้านหลังนี้เช่นกัน

พรรคเพื่อชาติในฐานะสถาบันทางการเมืองที่มิได้ยึดโยงกับผู้หนึ่งผู้ใดเป็นสำคัญ หากแต่ยึดโยงกับสมาชิกและประชาชนผู้สนับสนุนเป็นที่ตั้ง มิอาจปล่อยให้บุคคลผู้ใดผู้หนึ่งทำให้กิจกรรมของพรรคเพื่อชาติสะดุดหรือหยุดลง อันจะเป็นการทำลายความเป็นสถาบันของพรรคเพื่อชาติ ตลอดจนทำลายความเชื่อมั่นและความหวังของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุน พรรคเพื่อชาติ ในการนี้ คณะกรรมการบริหารบางส่วนได้ประชุมร่วมกันและมีข้อสรุปร่วมกันคือ ไม่เห็นด้วย และมิอาจรับได้ กับพฤติกรรมที่ผิดปกติ ขาดความรับผิดชอบ ตลอดจนขาดความเป็นประชาธิปไตยของนายศรัณย์วุฒิตามที่กล่าวมาข้างต้น