สอท.ไล่ล่า!! ใครอยู่เบื้องหลัง “สภาล่ม” ชงแก้รธน.ตั้ง “ส.ส.ร.” คืนอำนาจให้ปชช.

67

“วิเชียร ชวลิต” รองหน.พรรค สอท. ตั้งคำถามใครอยู่เบื้องหลัง “สภาล่ม” ชี้รัฐสภาถูกใช้เป็นเครื่องมือผู้มีอำนาจ ผลาญงบประชุมสูญเปล่ากว่า 500 ล้าน ลั่นถึงเวลาแก้ไขรธน. ตั้ง‘ส.ส.ร.’คืนอำนาจให้ประชาชน

วันที่ 11 สิงหาคม 2565 นายวิเชียร ชวลิต รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคสร้างอนาคตไทย (สอท.) กล่าวถึงกรณีสภาล่ม เนื่องจากมีส.ส.เข้าร่วมประชุมรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 ส.ค. เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ. … ไม่ครบองค์ประชุม ว่า การแก้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ต้องใช้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาบนพื้นฐานความเชื่อมั่นว่าวุฒิสภาจะคอยป้องกันการใช้เสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไปแก้ไขกติกาต่าง ๆ ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม ผลร้ายกลับกลายเป็นว่าผู้มีอำนาจสั่งผ่านวุฒิสภามาตัดสินสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยเปลี่ยนจากหาร 100 เป็นหาร 500 ซึ่งถือว่าประหลาด และขัดหลักการตามรัฐธรรมนูญที่แก้ไขไปแล้ว โดยข้อสังเกตเรื่องนี้คือทั้ง ส.ส. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) รู้ดีว่าสูตรคำนวณต้องบัญญัติอย่างไร จึงเสนอร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ใช้สูตรหาร 100 ตามหลักการทั้ง 4 ฉบับ แต่ผู้มีอำนาจกลับใช้มติสภามาแก้ไขจนบิดเบี้ยวเป็นสูตรหาร 500 ซึ่งก็โชคดีที่ไปต่อไม่ได้และถึงจุดจบท่ามกลางความเสียหาย อย่างไรก็ตามตนมีความคิดเห็นว่า

1. สถาบันรัฐสภาถูกมองว่าไม่มีหลักการ ถูกใช้เป็นเครื่องมือ นั่นย่อมเป็นการทำลายสถาบันรัฐสภาอันเป็นผู้แทนปวงชน คำถามคือใครทำจนสภาต้องทำลายตัวเองด้วยการไม่พิจารณาให้เสร็จภายใน 180 วัน

2. สภาประกอบด้วยสมาชิกจำนวนมาก ดังนั้นค่าตอบแทน ค่าสถานที่ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ รวมแล้วเดือนหนึ่งหลายร้อยล้านบาท โดยสภาใช้เวลาพิจารณาอย่างสูญเปล่าเป็นเวลา 180 วันหรือ 6 เดือนรวมมูลค่ามากกว่า 500 ล้านบาท

3. ความเชื่อถือศรัทธาของผู้แทนปวงชนที่มาทำหน้าที่บัญญัติกฎหมายถูกทำลายเสียหายจนประเมินค่าไม่ได้

“ถึงเวลาแล้วที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อคืนอำนาจให้ผู้แทนปวงชนได้ทำหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรอย่างแท้จริง ในการดำเนินการ หรือการเลือกตั้งทั่วไป ต้องจัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อมาทำหน้าที่เขียนบทบัญญัติที่เป็นไปตามความต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ และคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ควรคงไว้ซึ่งบทบัญญัติในหมวดที่ 1 บททั่วไป ซึ่งเป็นหลักการปกครอง และหมวดที่ 2 พระมหากษัตริย์ เพื่อรักษาไว้ซึ่งประเพณีอันดีงาม และความสงบเรียบร้อยในระบอบประชาธิปไตยของไทย” นายวิเชียร กล่าว