กกต. ชำแหละ งบฯพรรคการเมือง ภท.มากสุด ตามด้วย พปชร. ปชป. และ พท.

63

กกต.เปิดงบการเงินพรรคการเมือง ปี 2563 “ภูมิใจไทย” สินทรัพย์สูงสุด 89 ล้าน เก็บเงินสด 87 ล้าน “พลังประชารัฐ” สินทรัพย์ 59 ล้าน ประชาธิปัตย์ 56 ล้าน และ “เพื่อไทย” 33.6 ล้าน

วันที่ 12 ก.ย.2565 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้เผยแพร่บัญชีงบการเงินของพรรคการเมือง ประจำปี พ.ศ. 2563 รวม 63 พรรคการเมือง โดยพรรคการเมืองขนาดใหญ่ 5 อันดับแรก คือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวหน้าพรรค และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นเหรัญญิกพรรค แจ้งงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2563 ระบุว่า มีสินทรัพย์ทั้งสิ้น 59,697,997 บาท โดยจำนวนนี้เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 59,446,682 บาท มีหนี้สิน 19,065,967 บาท มีรายได้รวม 64,445,633 บาท ได้แก่ รายได้ค่าบำรุงพรรคการเมือง 1,690,550 บาท รายได้จากการอุดหนุนของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 13,570,414 บาท รายได้จากการบริจาค 49,051,750 บาท รายได้ดอกเบี้ยรับ 132,191 บาท มีรายจ่ายรวม 13,783,347 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินการของพรรคการเมือง 19,914,103 บาท ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของพรรคการเมืองและสมาชิก 800,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคการเมือง 29,948,183 บาท

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรค และนางนาที รัชกิจประการ เป็นเหรัญญิกพรรค แจ้งงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2563 ระบุว่า มีสินทรัพย์รวม 89,908,356 บาท (มากกว่าปี 2562 ที่มีสินทรัพย์รวม 14,622,428 บาท กว่า 75.2 ล้านบาท) โดยในจำนวนนี้เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 87,825,079 บาท ทั้งนี้ ในส่วนของหนี้สินพรรคภูมิใจไทย จำนวน 52,868,354 บาท มีเงินทดรองจ่ายกรรมการ 30,164,287 บาท โดยระบุในหมายเหตุงบการเงินว่า เงินทดรองจ่ายดังกล่าว กรรมการมาใช้หมุนเวียนกิจการงานในพรรค ในการบริหารงานของพรรค ได้แก่ ค่าสาธารณูปโภค ค่าจ้างบุคลากร ซึ่งเป็นการยกยอดมาจากปี 2562 โดยแจ้งว่า มีรายได้รวม 103,143,908 บาท จำนวนนี้เป็นรายได้ค่าบำรุงสมาชิกพรรค 77,174,500 บาท รายรับเงินบริจาค 24,884,289 บาท มีรายจ่ายรวม 76,700,958 บาท

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ที่มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค นายสุทธิ ปัญญาสกุลวงศ์ เป็นเหรัญญิกพรรค แจ้งงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2563 ระบุว่า มีสินทรัพย์รวม 56,703,722 บาท (มากกว่าปี 2562 ที่แจ้ง 28,085,246 บาท กว่า 28.6 ล้านบาท) ในจำนวนนี้มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 45,599,955 บาท มีหนี้สินรวม 5,713,116 บาท มีรายได้รวม 74,665,811 บาท จำนวนนี้เป็นรายได้เงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 37,332,493 บาท รายได้จากการบริจาค 29,346,500 บาท มีค่าใช้จ่าย 46,744,102 บาท เป็นค่าใช้จ่ายเพื่อดำเนินกิจการของพรรค 13,766,785 บาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรค 32,967,316 บาท ในจำนวนค่าใช้จ่ายดังกล่าว มีค่าใช้จ่ายเพื่อฝึกอบรมแนะนำเครือข่าย ส.ส. 345,000 บาท ค่าใช้จ่ายอบรมแกนนำเครือข่ายประจำเขตเลือกตั้ง 6,994,740 บาท ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการองค์กรสาขาพรรคและตัวแทน 504,000 บาท รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฝึกอบรม พัฒนาเครือข่ายต่างๆ หลายรายการด้วยกัน รวมวงเงินไม่ต่ำกว่า 13.7 ล้านบาท

พรรคเพื่อไทย ที่มีนายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรค นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นเหรัญญิกพรรค แจ้งงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2563 ระบุว่า มีสินทรัพย์รวม 33,675,442 บาท เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 31,534,811 บาท มีหนี้สิน 20,314,209 บาท ในจำนวนนี้มีเงินทดรองจ่ายกรรมการ 13 ล้านบาท ระบุในหมายเหตุงบการเงินว่า เป็นเงินที่กรรมการนำมาสำรองจ่ายเพื่อใช้จ่ายในการบริหารสำนักงานใหญ่พรรค และสาขาพรรค ในปีที่ผ่านๆ มา เงินสำรองจ่ายดังกล่าวไม่มีการคิดดอกเบี้ย โดยแจ้งว่า มีรายได้รวม 53,931,338 บาท จำนวนนี้เป็นรายรับจากเงินที่ได้จากการรับบริจาค 40.5 ล้านบาท รายรับจากเงินอุดหนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 11,355,849 บาท รายจ่ายรวม 20,597,157 บาท ในส่วนของค่าใช้จ่ายเงินอุดหนุนของกองทุนฯ จำนวน 4,755,919 บาท มีการจัดทำโครงการต่างๆ หลายโครงการ เช่น โครงการประชุม ส.ส. และบุคลากรทางการเมืองประจำสัปดาห์ 1,661,647 บาท โครงการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม 1,947,066 บาท

พรรคก้าวไกล ที่มีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ เป็นเหรัญญิกพรรค แจ้งงบแสดงฐานะการเงินประจำปี 2563 ระบุว่า มีสินทรัพย์รวม 3,236,753 บาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 2,692,306 บาท มีหนี้สิน 1,700,749 บาท มีรายได้รวม 26,647,319 บาท ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่มาจากรายได้และประโยชน์อื่นใดจากการรับบริจาค 21,647,860 บาท รายได้ค่าบำรุงพรรค 4,256,200 บาท มีรายจ่ายรวม 24,867,843 บาท อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลได้แจ้งข้อมูลต่อ กกต.ว่า เดิมชื่อพรรคผึ้งหลวง และพรรคร่วมพัฒนาชาติไทย ต่อมาได้ถูกเปลี่ยนชื่อพรรคเป็นพรรคก้าวไกล เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2563 ดังนั้นต้องรอดูรายละเอียดงบการเงินในปี 2564 ต่อไป

นอกจากนี้ยังมีพรรคการเมืองอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น พรรคชาติพัฒนา แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 1,329,554 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 1,216,575 บาท รายได้รวม 9,266,640 บาท รายจ่ายรวม 4,312,618 บาท, พรรคชาติไทยพัฒนา แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 4,072,025 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 833,978 บาท รายได้รวม 7,712,759 บาท รายจ่ายรวม 10,139,116 บาท, พรรคพลังท้องถิ่นไท แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 2,205,021 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 63,697 บาท รายได้รวม 1,761,919 บาท รายจ่ายรวม 2,428,070 บาท, พรรคเสรีรวมไทย แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 22,485,149 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 86,756 บาท รายได้รวม 10,917,144 บาท รายจ่ายรวม 7,832,057 บาท, พรรครวมพลังประชาชาติไทย แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 16,373,585 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 171,265 บาท รายได้รวม 7,365,810 บาท รายจ่ายรวม 5,592,504 บาท และพรรคกล้า แจ้งว่า มีสินทรัพย์รวม 1,308,922 บาท หนี้สินหมุนเวียนรวม 50,029 บาท รายได้รวม 4,876,407 บาท รายจ่ายรวม 3,617,513 บาท.