เลขาฯปช. ฉะยับ รัฐขายที่ดินให้ต่างชาติ สร้างสุขให้คนรวย บนความทุกข์ปชช.

141

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง โพสต์ คัดค้าน รัฐบาล กรณี ครม. มีมติเห็นชอบกฎกระทรวงให้สิทธิชาวต่างชาติซื้อที่ดินได้ ชี้ รัฐสร้างความสุขให้เศรษฐี บนความทุกข์ของประชาชน

วันที่ 31 ต.ค.2565 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ( ปช.) โพสต์ข้อความผ่านสื่อโซเชียล โจมตี รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จากกรณี ครม. มีมติเห็นชอบกฎกระทรวงให้สิทธิต่างชาติซื้อที่ดิน โดยมีรายละเอียดดังนี้

จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบ กฎกระทรวงเรื่องให้สิทธิต่างชาติศักยภาพสูง 4 กลุ่ม ถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ โดยต้องลงทุนไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท อย่างน้อย 3 ปี กลายเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง สำหรับมติ ครม.ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ถูกตราหน้าจากสังคมว่าเป็น “กฎหมายขายชาติ”

ขณะที่สังคมไทยมีความเหลื่อมล้ำในการเป็นกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดินมากที่สุด การกระจุกตัวของโฉนดที่ดิน (นายทุนกักตุนที่ดิน) ข้อมูลจากกรมที่ดินพบว่า ที่ดินที่ผู้ครอบครองเกิน 50 ไร่มีเพียง 44,931 คน ถ้าคิดประเทศไทยมี 66 ล้านคน คนที่มีที่ดินเกินกว่า 50 ไร่ ถือว่ากระจุกตัวอยู่กับคนเพียง 0.06 %

ข้อมูลความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างการถือครองที่ดินที่ถ่างเพิ่มขึ้น คนเพียง 1 % ของประเทศ ถือครองที่ดินมากถึง 22,522,047 ล้านไร่ หรือ มากกว่าพื้นที่ 7 จังหวัดภาคตะวันออกรวมกัน ขณะที่ร้อยละ 20 ของกลุ่มที่ถือครองที่ดินน้อยที่สุด กลับถือครองที่ดินเพียงแค่ 232,790 ไร่ และบุคคลที่ถือครองที่ดินมากที่สุดมีที่ดิน 631,263 ไร่ หรือ เกือบใกล้เคียงพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ตสองจังหวัดต่อกัน ขณะที่ผู้ถือครองเล็กที่สุดมีเพียงแค่ 1 ตารางวาเท่านั้น (ข้อมูลจากงานวิจัย ‘รวยกระจุก จนกระจาย: ความเหลื่อมล้ำกับการปฏิรูปภาษีที่ดิน’ ของ รศ.ดร.ดวงมณี เลาวกุล)

โดยที่ดินร้อยละ 70 ถูกปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่า ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือ ใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ หรือ ใช้ประโยชน์ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของพื้นที่ มีจำนวนมากประเมินเป็นมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 127,000 ล้าน บาทต่อปี (มูลนิธิสถาบันที่ดินฯ, 2544)

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2564 ให้แก้ไขกฎหมายหรือกฎระเบียบ เช่น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถือครองที่ดิน รวมทั้งเห็นชอบ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เศรษฐีต่างชาติอยู่อาศัยในประเทศ ไทยได้ในระยะยาว และสามารถซื้ออสังหาริมทรัพย์ในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น ทั้งถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดเกินกว่า 49% ถือครองกรรมสิทธิ์ในโครงการบ้านจัดสรรได้และขยายสิทธิ์การเช่าระยะยาว ต่ออายุได้ถึง 99 ปี แอบอ้างว่าเพื่อเป้าหมายดึงเม็ดเงินเข้า ประเทศ 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ปี 2565

ต่อมา เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี อนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง การได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวซึ่งระบุว่า สาระสำคัญของกฎกระทรวง ต่างชาติที่ซื้อที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยได้ ต้องเป็นกลุ่มคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูง 4 ประเภท ลงทุนในธุรกิจ หรือ กิจการประเภทหนึ่งประเภทใด ไม่ต่ำกว่า 40 ล้านบาท และ ต้องดำรงการลงทุนไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี ประเภทการลงทุน เช่น ใน พันธบัตรรัฐบาลไทย การลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน กองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยทรัสต์เพื่อธุรกรรมเป็นที่ดินภายในเขตกรุงเทพมหานคร เขตเมืองพัทยา หรือเขตเทศบาล หรืออยู่ภายในบริเวณที่กำหนดเป็นเขตที่อยู่อาศัยตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และต้องอยู่นอกเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขตปลอดภัยในราชการทหาร

นโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติช่างย้อนแย้งกับประชาชนที่ไร้ความมั่นคงในที่ดิน ซึ่งใน ปี 2561 ครัวเรือนในภาคการเกษตร จำนวน 5 ล้านครัวเรือน ยังไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินทำกินของตนเอง จำนวน 40% (ทะเบียนเกษตรกร พ.ศ.2561) คนรายได้น้อยในชุมชนแออัด 633,000 คน เข้าไม่ถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพ รวมถึง การกระจุกของที่ดินไทยอย่างไม่เป็นธรรม เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ประเทศไทยติดอันดับโลกเรื่องความเหลื่อมล้ำ

รายงานของThe Credit Suisse Global Wealth Report 2018 ระบุคนไทยเพียง 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือครองความมั่งคั่ง หรือ มีทรัพย์สินรวม 66.9 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ เท่ากับว่าคนไทยจำนวน 99 เปอร์เซ็นต์ถือครองทรัพย์สินเพียงร้อยละ 33.1 ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ เป็นตัวเลขที่สะท้อนว่า ไทยเป็นประเทศที่มีความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจสูงเป็นอันดับ 1 ของโลก เรียงลำดับ 4 อันดับ คือ

อันดับ 1 คือ ไทย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 66.9 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 2 คือ รัสเซีย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 57.1 เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 3 ได้แก่ ตุรกี ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 54.1 เปอร์เซ็นต์ ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

อันดับ 4 ได้แก่ อินเดีย ประชากร 1 เปอร์เซ็นต์ มีทรัพย์สินรวม 51.5 เปอร์เซ็นต์ของทรัพย์สินรวมทั้งประเทศ

รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ฯ ประสบความล้มเหลวและล้มละลายในการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะไม่สามารถจัดให้มีการกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม นโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์จึงเป็นเรื่องเศร้าที่รัฐสร้างความสุขให้เศรษฐี บนความทุกข์ของประชาชน

ที่มา FB : Tawee Sodsong – พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง