หน้าแรก ต่างประเทศ เรือบรรทุกเครื่องบิน อับราฮัม ลินคอร์นของสหรัฐฯ ถอยร่นออกจากรัศมีการโจมตีของอิหร่าน

เรือบรรทุกเครื่องบิน อับราฮัม ลินคอร์นของสหรัฐฯ ถอยร่นออกจากรัศมีการโจมตีของอิหร่าน

เรือบรรทุกเครื่องบิน อับราฮัม ลินคอร์นของสหรัฐฯ ถอยร่นออกจากรัศมีการโจมตีของอิหร่าน

ภาพถ่ายดาวเทียมของจีน พบความเคลื่อนไหวที่มีนัยสำคัญของกองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ ในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยพบว่ามีการขยับตำแหน่งออกห่างจากชายฝั่งอิหร่าน

​จากข้อมูลระบุว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln ซึ่งก่อนหน้านี้เคยปฏิบัติการอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านเพียง 350 กิโลเมตร ล่าสุดพบว่าได้เคลื่อนกำลังพลออกไปไกลกว่า 1,100 กิโลเมตร * พิกัดปัจจุบัน ปฏิบัติการอยู่ใกล้เมืองซาลาลาห์ ประเทศโอมาน มีการใช้แนวเทือกเขาชายฝั่งเป็นปราการธรรมชาติ ซึ่งวิเคราะห์กันว่าเป็นการเลี่ยงรัศมีการตรวจจับและการโจมตี

​ขณะที่ USS Gerald R. Ford ขยับพิกัดด้วย
โดย​รายงานระบุเพิ่มเติมว่า เรือ USS Gerald R. Ford ก็ได้มีการปรับเปลี่ยนตำแหน่งเช่นกัน โดยเคลื่อนตัวลงไปทางทิศใต้ของทะเลแดง และเข้าปฏิบัติการใกล้ชายฝั่งเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย แทนที่จุดเดิมที่สุ่มเสี่ยงกว่า

​ การขยับตำแหน่งครั้งนี้ถูกตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ อาจกำลังประเมินความเสี่ยงใหม่เกี่ยวกับขีดความสามารถด้านขีปนาวุธของอิหร่านที่มีพิสัยทำการไกลและแม่นยำขึ้น ทำให้การ “รักษาระยะห่าง” กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักในขณะนี้

ข้อมูลวงในด้านความมั่นคงระบุว่า การที่กองเรือสหรัฐฯ ต้องขยับพิกัดหนีไปไกลกว่า 1,100 กิโลเมตรนั้น ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลมาจาก “ขีดความสามารถใหม่” ของอาวุธระดับ Game Changer ที่อิหร่านนำออกมาใช้งานในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026

โดย 3 อาวุธทำลายล้างที่บีบให้เรือรบสหรัฐฯ ต้อง “รักษาระยะห่าง” ประกอบด้วย

​1. Fattah-2: ขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก (Hypersonic Glide Vehicle)
​นี่คืออาวุธที่น่ากลัวที่สุดในขณะนี้ โดยมีรายงานว่าอิหร่านเริ่มนำมาใช้จริงเป็นครั้งแรกในปฏิบัติการช่วงต้นเดือนมีนาคม 2026
​ความเร็ว สูงถึง Mach 15 (เร็วเป็น 15 เท่าของเสียง)
​พิสัยทำการ ประมาณ 1,400 – 1,500 กิโลเมตร
​จุดเด่น: ต่างจากขีปนาวุธทั่วไปคือสามารถ “ร่อน” (Glide) และเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศได้อย่างอิสระ ทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศอย่าง Aegis ของเรือรบสหรัฐฯ แทบไม่มีเวลาตอบโต้ การถอยไปอยู่ที่ระยะ 1,100 กม. จึงเป็นการดึงตัวเองออกไปเกือบสุดขอบพิสัยเพื่อเพิ่มเวลาในการตรวจจับ

​2. Abu Mahdi: ขีปนาวุธนำวิถีพิสัยไกลพลัง AI
​ขีปนาวุธร่อน (Cruise Missile) รุ่นล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อล่าเรือบรรทุกเครื่องบินโดยเฉพาะ
​พิสัยทำการ: มากกว่า 1,000 กิโลเมตร
​จุดเด่น: ใช้ระบบนำวิถีด้วย AI สามารถบินเรี่ยระดับน้ำทะเล (Sea-skimming) เพื่อหลบหลีกเรดาร์ และสามารถเปลี่ยนเส้นทางอ้อมหลบสิ่งกีดขวางได้ ทำให้การจอดเรืออยู่ใกล้ชายฝั่งอิหร่านที่ระยะ 350 กม. เหมือนเดิมนั้น กลายเป็นเป้าที่ “รอวันถูกจม” เท่านั้น

​3. Kheibar Shekan (ผู้ทำลายป้อมปราการ)
​ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งที่เน้นความแม่นยำสูง
​พิสัยทำการ: 1,450 กิโลเมตร
​จุดเด่น: หัวรบมีความคล่องตัวสูง (Maneuverable Reentry Vehicle – MaRV) สามารถพุ่งเข้าหาเป้าหมายด้วยความเร็วสูงมากในขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งเพียงพอที่จะโจมตีเรือที่กำลังเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ

​การที่ USS Abraham Lincoln ถอยไปปักหลักใกล้เมืองซาลาลาห์ (โอมาน) และ USS Gerald R. Ford ขยับลงใต้ในทะเลแดง สะท้อนให้เห็นว่าสหรัฐฯ ยอมรับในประสิทธิภาพของ “รัศมีป้องกันตนเอง” (Anti-Access/Area Denial – A2/AD) ของอิหร่านที่แผ่กว้างออกไปไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรจากชายฝั่งเรียบร้อยแล้ว

​#Mtoday #ข่าวต่างประเทศ #สหรัฐ #อิหร่าน #เรือบรรทุกเครื่องบิน #ความขัดแย้งตะวันออกกลาง