หน้าแรก ในประเทศ เปิดเบื้องลึก! ทลายทุนนอมินีอิสราเอลยึดเกาะพะงัน ชาวบ้านเผยต้องถวายฎีกาถึงในหลวง รัฐถึงยอมขยับ

เปิดเบื้องลึก! ทลายทุนนอมินีอิสราเอลยึดเกาะพะงัน ชาวบ้านเผยต้องถวายฎีกาถึงในหลวง รัฐถึงยอมขยับ

เปิดเบื้องลึก! ทลายทุนนอมินีอิสราเอลยึดเกาะพะงัน ชาวบ้านเผยต้องถวายฎีกาถึงในหลวง รัฐถึงยอมขยับ—แฉแหลก ร้องเรียนไป 5-6 เดือน ตำรวจ-จังหวัดสุราษฎร์ฯ นิ่งเฉย ปล่อยจัดคอนเสิร์ตเย้ยกฎหมาย

Mtoday รายงาน- ประเด็นร้อนกรณีกลุ่มทุนและกลุ่มชาวอิสราเอลขยายอิทธิพลเข้ามาแฝงตัวประกอบธุรกิจในลักษณะนอมินีและสร้างชุมชนปิดบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกนำมาตีตีแพรกระจ่างอีกครั้งในงานเสวนาวิชาการ เรื่อง “อาณานิคมรุกตั้งถิ่นฐาน” ซึ่งจัดขึ้นโดย ศูนย์วัฒนธรรมและการเรียนรู้อิสลาม ณ มูลนิธิเพื่อศูนย์กลางอิสลามแห่งประเทศไทย เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา

​ภายในงานนอกจาก ผศ.ดร. อาทิตย์ ทองอินทร์ ได้อธิบายถึงโครงสร้างการรุกตั้งถิ่นฐานและการเข้ามาครอบครองทรัพยากร

ขณะที่ตัวแทนผู้ประกอบการและชุมชนจากเกาะพะงันได้ขึ้นเวทีสะท้อนข้อเท็จจริงสุดช็อกเกี่ยวกับการถูกเบียดขับวิถีชีวิตดั้งเดิมและทุนท้องถิ่น

​แฉยับ ร้องเรียน 5-6 เดือน ไร้การตอบรับ

ตัวแทนผู้ประกอบการจากเกาะพะงันเปิดเผยในเสวนาว่า ปัญหาการกว้านซื้อหรือเช่าที่ดินระยะยาวและการกว้านยึดธุรกิจของกลุ่มชาวอิสราเอลไม่ได้เกิดขึ้นเพียงข้ามคืน แต่มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบในพื้นที่และระดับจังหวัดมานานกว่า 5-6 เดือนแล้ว ทั้งเรื่องการเปิดสถานประกอบการโดยไม่ได้รับอนุญาต การบุกรุกพื้นที่ ตลอดจนการจัดกิจกรรมคอนเสิร์ตใหญ่โดยไม่สนใจกฎหมายบ้านเมือง

​ตำรวจตอบชัด “จังหวัดสุราษฎร์ฯ ไม่ให้ทำอะไร”

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น เมื่อชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่เดินทางไปแจ้งความและร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวกับกิจกรรมผิดกฎหมายและการมั่วสุม กลับได้รับคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำเอาชาวบ้านถึงกับอึ้งว่า “ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีสั่งไม่ให้ทำอะไร” ส่งผลให้กลุ่มทุนต่างชาติกระทำผิดกฎหมายได้อย่างย่ามใจ ราวกับมีเกราะป้องกันจากข้าราชการในพื้นที่

​ต้องยื่นฎีกาถึง “ในหลวง” หน่วยงานรัฐจึงยอมขยับ

ความเงียบเฉยและการเกียร์ว่างของหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนและผู้ประกอบการท้องถิ่นหมดที่พึ่ง สุดท้ายต้องตัดสินใจยื่นฎีกาถวายความเป็นธรรมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือ และทันทีที่มีการยื่นฎีกาเกิดขึ้น เรื่องดังกล่าวจึงกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ทำให้ส่วนกลางและหน่วยงานรัฐต้องสะดุ้งตื่น เร่งส่งกำลังเข้าตรวจสอบ ทลายโรงเรียนเถื่อนและกวาดล้างเครือข่ายธุรกิจนอมินีบนเกาะพะงันทันที

ตัวแทนชาวบ้านและผู้ประกอบการบนเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้เปิดเผยถึงเพฤติกรรมของชาวอิสราเอล บนเกาะพะงัน ทั้งการทำธุรกิจของกลุ่มท่องเที่ยว/พำนักระยะยาวชาวอิสราเอลในพื้นที่ รวมถึงข้อสงสัยต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่นิ่งเฉยไม่ดำเนินการ

​ประเด็นปัญหาหลักที่ชาวบ้านร้องเรียน

​มีกลุ่มชาวต่างชาติชาวอิสราเอลประกอบอาชีพผิดกฎหมายโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน เช่น ทำหน้าที่เป็นไกด์นำเที่ยว และขับรถรับจ้าง/แท็กซี่ตัดหน้าผู้ประกอบการท้องถิ่น

​มลภาวะทางเสียงและมลถาวรจากสถานบันเทิง
การจัดกิจกรรมปาร์ตี้/คอนเสิร์ตต่อเนื่องเป็นเวลานาน (เช่น ตั้งแต่กลางคืนไปจนถึง 8.00 น. นาน 3 วัน 3 คืน) ในเขตพื้นที่อุทยานฯ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อวิถีชีวิต ชุมชน วัด และโรงเรียนในบริเวณใกล้เคียง

มี​การถือครองที่ดินและการขยายศูนย์ชุมชน (Chabad) โดยมีการซื้อขายที่ดินวัดหรือพื้นที่สาธารณะเพื่อนำไปใช้ขยายศูนย์กิจกรรมทางศาสนาและชุมชนของชาวต่างชาติ

​ความจงใจนิ่งเฉยของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
ชาวบ้านตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐในพื้นที่ปฏิเสธการเข้าดำเนินการปราบปรามอย่างจริงจัง รวมถึงประเด็นเจ้าหน้าที่อำเภอที่เป็นผู้ดูแล (Admin) กลุ่มโซเชียลมีเดีย แต่เมื่อมีสื่อมวลชนเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับข้อร้องเรียนกลับทำการปิดกลุ่มหนี

​การเคลื่อนไหวของชาวบ้าน

​เนื่องจากชาวบ้านในพื้นที่มองว่ากระบวนการร้องเรียนผ่านหน่วยงานภาครัฐระดับท้องถิ่นไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม กลุ่มชาวบ้านและผู้แทนชุมชนในอำเภอเกาะพะงันจึงได้รวมตัวกันจัดเก็บรายชื่อเพื่อเตรียมยื่นถวายฎีกา ขอความเป็นธรรมและขอให้มีการตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ต่อไป

#อ่าวศรีธนู #อิสราเอล #ยึดที่ดิน

​ผู้เข้าร่วมงานเสวนาต่างร่วมกันตั้งคำถามถึงทิศทางนโยบายรัฐ ในการปกป้องสิทธิคนท้องถิ่นและหาทางออกร่วมกันต่อความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ ก่อนที่ทุนท้องถิ่นและวิถีชีวิตดั้งเดิมจะถูกกลืนหายไปทั้งหมด

 

#อิสราเอล.#เกาะพะงัน #ถวายฎีกา

ติดตามรายละเอียดในคลิป