ศาลสหรัฐฯ ยกฟ้อง เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บงการสังหารฆ่านักข่าว

150

ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐ มีคำสั่งยกฟ้อง เจ้าชายโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ในคดีถูกกล่าวหาเป็นผู้บงการสังหาร “จามาล คาช็อกกี” เสียชีวิตเมื่อปี 2561 ท่ามกลางความผิดหวังของฝ่ายโจทก์ที่เป็นคู่หมั้นสาวร่วมกับกลุ่มประชาธิปไตยโลกอาหรับ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2565 กรณี น.ส.ฮาทิซ เชนกิซ คู่หมั้นนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวและนักวิจารณ์ ชาวซาอุดีอาระเบีย เสียชีวิต เมื่อวันที่ 2 ต.ค.2561 โดย น.ส.ฮาทิช เป็นโจทก์ร่วมกับองค์กรกลุ่มประชาธิปไตยสำหรับโลกอาหรับปัจจุบัน ( ดอว์น ) ฟ้องร้อง เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย เมื่อปี 2563 ว่า ทรงเป็นผู้บงการสังหารโหดคาช็อกกี ภายในสถานกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกีนั้น

ล่าสุด ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐในกรุงวอชิงตัน มีคำพิพากษา เมื่อวันอังคาร ให้ยกฟ้องจำเลยจากข้อกล่าวหาทั้งหมด เนื่องจากเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ทรงมีสิทธิคุ้มกันตามกฎหมายของซาอุดีอาระเบีย และ กฎหมายระหว่างประเทศ ในฐานะทรงดำรงพระอิสริยยศมกุฎราชกุมาร และทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงสุดของรัฐบาลริยาด

ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของศาลระบุว่า “ไม่มีอำนาจโต้แย้ง” คำชี้แจงของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ซึ่งยื่นต่อศาล เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเน้นย้ำว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดจะทรงได้รับการยกเว้นจากการต้องทรงเผชิญกับกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ภายในขอบเขตอธิปไตยของสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ผู้พิพาษาจอห์น เบตส์ ซึ่งรับผิดชอบคดีนี้ ยอมรับว่า “หลักฐานที่มีน้ำหนัก” ของฝ่ายโจทก์ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอย่างมาก ทว่า “ช่วงเวลา” ที่มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ทรงได้รับการแต่งตั้งจากสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน พระราชบิดา ให้ทรงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ร่วมด้วยเอกสารชี้แจงของรัฐบาลวอชิงตัน “เป็นเรื่องน่าลำบากใจ”

ด้านสถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตัน และกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ยังไม่มีความเห็นอย่างเป็นทางการ ขณะที่ น.ส.ฮาทิช เชนกิซ เคยออกมาประณาม และแสดงความผิดหวังต่อท่าทีของสหรัฐ ทั้งนี้ทั้งนั้น คดีการเสียชีวิตของ จามาล คาช็อกกี ส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อภาพลักษณ์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด และความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับซาอุดีอาระเบีย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา.