ปชป. ปลื้ม! คณะทูตอียู 16 ประเทศตบเท้าพบ “จุรินทร์” จับเข่าถกเรื่องการเลือกตั้ง

44

ประชาธิปัตย์ปลื้ม!!! ทูตสหภาพยุโรป 16 ประเทศเกี่ยวก้อย พบ “จุรินทร์” หลัง ปชป. ส่งรายชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ พร้อมจับเข่าถกเรื่อง การเลือกตจั้ง จัดตั้งรัฐบาลใหม่ และภาพรวมวิชั่นการเมืองระหว่างประเทศ

วันที่ 1 มีนาคม 2566 เวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) มีมติเสนอชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้มี นายโรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยและคณะ เดินทางเข้าพบนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และคณะผู้บริหารพรรคเมื่อวันจันทร์ (27 ก.พ.) ที่ผ่านมา และในวันนี้ (1มี.ค.) ได้มีคณะเอกอัครราชทูต จากประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปประจําประเทศไทย จำนวน 16 ประเทศ นำโดย นาย เดวิด เดลี เอกอัครราชทูตสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้เดินทางมาพบปะเยี่ยมเยียน โดย มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค นายนิพนธ์ บุญญามณี นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรค นายเกียรติ สิทธีอมร ประธานคณะทำงานด้านการต่างประเทศของพรรค ร่วมให้การต้อนรับนายจุรินทร์ กล่าวว่า ท่านทูตจาก 16 ประเทศของสหภาพยุโรป นำโดยเอกอัครราชทูตสหภาพยุโรป เดวิด เดลี รวม 17 ภาคส่วน ให้เกียรติพรรคประชาธิปัตย์มาพบตนและคณะ ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองสำคัญพรรคหนึ่งของประเทศ และกำลังเดินหน้าเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง โดยมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยเฉพาะการเตรียมการเลือกตั้ง ไปจนถึงนโยบายและการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นการสะท้อนว่า ทูตจาก 16 ประเทศ รวมทั้งทูตอียูให้ความสำคัญและให้เกียรติกับพรรคประชาธิปัตย์อย่างยิ่งสำหรับวันการเลือกตั้งนั้น มีความเป็นไปได้ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 7 พฤษภาคม หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงแบบหน้ามือเป็นหลังมือ และการยุบสภาผู้แทนราษฎร ก็มีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางเดือนมีนาคมโดยประมาณ ซึ่งการตัดสินใจนั้นขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี แต่ไม่เกิน 23 มีนาคม เพราะเป็นวันสุดท้ายของวาระรัฐบาลชุดนี้

ส่วนเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล ตนคิดว่ารัฐบาลหน้าคงเป็นรัฐบาลผสม ส่วนรูปแบบไหน ใครร่วมกับใครต้องรอผลการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มีความชัดเจนว่า ขอให้ประชาชนเป็นผู้ให้คำตอบว่าผลการเลือกตั้งนั้น ประชาชนให้เสียงพรรคไหนมากน้อยอย่างไร โดยพรรคยึดหลักประชาธิปไตย ใครรวมเสียงข้างมากได้คนนั้นเป็นรัฐบาล เสียงข้างน้อยเป็นฝ่ายค้าน นอกจากนี้ท่านทูตหลายประเทศได้สอบถามถึงทิศทางและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมระหว่างประเทศ ซึ่งตนก็ได้ตอบว่า ในทางการเมืองระหว่างประเทศ เราถือแนวทางของสหประชาชาติในฐานะที่ประเทศไทยเป็นประเทศสมาชิก และท่าทีล่าสุดในเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครน เรามีมติสอดคล้องกับสหประชาชาติ ส่วนทางด้านเศรษฐกิจ เรายึดหลักขององค์การการค้าโลก หรือ WTO ที่ไทยเป็นสมาชิก และถือเป็นความร่วมมือภายใต้กรอบกติกาที่ใหญ่ที่สุดอันเป็นที่ยอมรับ สำหรับเรื่องสังคมนั้น ยึดหลักการพัฒนาประเทศและภูมิภาคของเราไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต ซึ่งจะเน้นและให้ความสำคัญในเรื่องสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้ประเทศและโลกต่อไป

ทางด้านความพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น พรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมทั้ง 3 ด้านคือ 1.ตัวผู้สมัครที่พรรคมีเป้าหมายจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 500 คน คือแบบเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน 2.ความพร้อมด้านนโยบาย และ 3.คือความพร้อมด้านการจัดการการเลือกตั้ง ในส่วนของนโยบายจะมีสามประเด็นหลักคือกรอบยุทธศาสตร์ใหญ่ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” และนโยบายย่อยที่สอดคล้องกับกรอบยุทธศาสตร์ โดยที่ผ่านมาได้เปิดตัว 8 นโยบายที่เกี่ยวกับการสร้างเงินไปแล้ว และจะทยอยเปิดเพิ่มเติมอีกในอนาคต รวมถึงการมีนโยบายแต่ละภูมิภาค ที่ออกแบบมาบนความต้องการที่แตกต่างกันตามลักษณะของประชากรในแต่ละพื้นที่

ประเด็นที่สำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่นายจุรินทร์ได้ตอกย้ำก็คือการที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่มีความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่มีบทบาทให้เห็นชัดเจนตั้งแต่ในพรรค โดยการตัดสินใจทุกอย่างของพรรคจะยึดหลักมติพรรค รวมถึงบทบาทความเป็นประชาธิปไตยในเวทีระหว่างประเทศร่วมด้วยเช่นกัน