เสียชื่อคนนคร! แม่วัย 87 ฟ้องลูก 4 คนรวมหัวฮุบที่ 60 ไร่

122

ชีวิตแม่วัยชราอายุ 87 ปี ถูกลูก 4 ใน 6 คน รวมหัวหวังฮุบที่ดิน 60 ไร่ และบ้านทั้งที่แม่ยังมีชีวิตถึงขั้นไล่ออกจากบ้าน ขู่เอาชีวิตถึงตาย ที่แม่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง จนตัดสินใจร้องช่วยแฉชีวิตเป็นอุทาหรณ์ เป็นกรณีตัวอย่างให้แก่สังคม แม่เผยยื่นฟ้องศาลขับไล่ลูกทั้ง 4 ปกป้องสิทธิในทรัพย์สินโดยชอบของตัวเองแล้ว

วันที่ 16 มี.ค. 2566 ที่ จ.นครศรีธรรมราช นางกิ่ม วงเลขา อายุ 87 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ในหมู่ 6 ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วยครอบครัว ได้ร้องกับผู้สื่อข่าวเพื่อขอให้ช่วยเปิดเผยชีวิตครอบครัวตัวเองที่อยู่ในสภาพถูกลูก 4 คน จาก 6 คน รวมหัวไล่แม่บังเกิดเกล้าออกจากบ้านที่สร้างด้วยน้ำพักน้ำแรง และที่ดินสวนยางพารา สวนผลไม้ จำนวน 60 ไร่ ในพื้นที่ ต.บางวัน อ.คุระบุรี จ พังงา ถึงขั้นถูกข่มขู่คุกคามหมายทำร้ายถึงชีวิต จนต้องหนีมาอาศัยอยู่กับลูกสาวอีก 2 คนใน ต.นาเคียน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 จนถึงปัจจุบันยังถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง และบังคับยึดเอาบ้าน และที่ดินของนางกิ่ม เพื่อเอาไปแบ่งกันใน 4 คน

นางกิ่ม วงเลขา อายุ 87 ปี เปิดเผยว่า ที่ดินจำนวน 60 ไร่ ได้ไปซื้อไว้เมื่อหลายสิบปีก่อน ในท้องที่หมู่ที่ 9 บ้านบางเอียง ต.คุระบุรี จ.พังงา จากนั้นได้ทำสวนเรื่อยมา พร้อมทั้งปลูกบ้านอาศัย และปลูกขึ้นอีก 1 หลังใกล้กันเพื่อให้ นายปกาศิต ลูกชายคนโต ปัจจุบัน อายุ 65 ปี อาศัย โดยลูกชายคนนี้ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร แม่และน้องเป็นผู้ดูแลมาตลอดชีวิตจนปัจจุบัน

ก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้นได้เขียนพินัยกรรมด้วยลายมือตนเอง โดยหวังว่าก่อนจะถึงวาระสุดท้ายชีวิตนั้นได้แบ่งที่ดินสวนยางออกเป็น 4 ส่วน แปลงแรก 16 ไร่ ให้นายปกาศิต ลูกชายอายุ 65 ปี และบันทึกไว้ว่าที่ดินแปลงนี้นางกิ่ม มารดาจะต้องรับผลประโยชน์จากแปลงนี้ตลอดชีวิต แปลงที่ 2 จำนวน 14 ไร่ ให้นายอนันต์ ลูกชายอายุ 53 ปี พร้อมยางพาราที่ได้รับประโยชน์แล้ว แปลงที่ 3 จำนวน 14 ไร่ นางกิ่ม ระบุว่าเป็นส่วนของตนเองที่เก็บไว้ให้ผู้ที่ดูแลเลี้ยงดูตนเองในวัยชรายามที่ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ และเมื่อเสียชีวิตลงสิทธิในแปลงนี้จะเป็นผู้ที่เลี้ยงดูตนเอง และแปลงที่ 4 จำนวน 8 ไร่ จะมอบให้ น.ส.ฟาฏินา ลูกสาว อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นคนที่คอยส่งเงินรายเดือนเพื่อเลี้ยงดูตนเองมาโดยตลอด

นางกิ่ม ระบุว่า ได้ถูกลูก 4 คนจาก 6 คน ได้รวมกันเพื่อที่จะอ้างยึดที่ดินทั้งหมด จำนวน 60 ไร่ รวมทั้งบ้านที่สร้างขึ้นโดยตนเอง และพยายามทำร้ายขับไล่ออกจากบ้านจนต้องหนีออกมากับลูกหลานอาศัยอยู่ที่ ต.นาเคียน ตั้งแต่กลางปี 2565 จนถึงปัจจุบัน แต่ยังถูกคุกคามมาโดยตลอด ถูกด่าว่าอย่างรุนแรง โดยเฉพาะบางคำที่ศาสนาอิสลามถือว่าเป็นเรื่องร้ายแรงมาก ปัจจุบัน มีลูกสาว 2 คนคอยดูแล เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้อย่างมาก

(ขณะที่ น.ส.ฟาฏิมา วงศ์เลขา อายุ 55 ปี (รายนี้ไปแก้นามสกุลเติม ศ์ ภายหลัง) ระบุว่าปัญหาที่เกิดขึ้นหนักใจมาก แม่ไม่มีความสุข ไม่สบายใจตลอดเวลา นอนน้ำตาไหลทุกคืน ลูกถึงขั้นขู่ทำร้ายแม่ ถึงขั้นบีบคอแม่ บุกตัดกล้องวงจรปิด ไล่ออกจากบ้าน ข่มขู่เอาทรัพย์สิน อ้างว่าไปทำบันทึกที่คณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัดพังงา ซึ่งแม่มาดูบันทึกฉบับนี้ทีหลังปรากฏว่าเป็นข้อความเท็จทั้งหมด และใช้บันทึกฉบับนี้มาอ้างว่าสิทธิในทรัพย์สินของแม่ทั้งหมดเป็นของเขา

ก่อนหน้านี้ ได้ร้องขอต่ออัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อเรียกฝ่ายลูกทั้ง 4 คนมาไกล่เกลี่ย แต่ปรากฏว่าไม่มีใครมา แต่กลับมาข่มขู่คุกคามแม่ถึงบ้าน ซึ่งปัจจุบันแม่ต้องสั่งให้ปิดประตูคล้องกุญแจเนื่องจากเกรงกลัวลูกจะเข้ามาทำร้าย แม่ต้องการที่จะเปิดเผยเรื่องนี้ทั้งหมดให้สังคมได้รับรู้เป็นอุทาหรณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะนี้แม่ได้ตัดสินใจยื่นฟ้องแพ่งต่อศาลตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เพื่อขับไล่ลูกทั้งหมดออกจากที่ดินทรัพย์สินของแม่จากเหตุการณ์นี้ บางส่วนนั้นในเหตุการณ์ได้มีการบันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐานสำคัญด้วย

สำหรับการยื่นฟ้องขับไล่ลูกที่เข้ามาเกี่ยวข้องบังคับเอาที่ดินและบ้านของนางกิ่ม นั้นได้ยื่นฟ้องต่อศาลตะกั่วป่า เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา โดยล่าสุดนั้นทราบว่าศาลได้ออกหมายนัดไต่สวนไปยังลูกทั้ง 4 คนของนางกิ่ม แล้ว ปัจจุบันทั้ง 4 คนอาศัยอยู่ที่เพชรบุรี 1 คน กทม. 1 คน นนทบุรี 1 คน และพี่ชายคนโตอยู่ที่ จ.พังงา ในที่ดินเกิดเหตุ โดยระบุว่าผู้ที่เป็นแกนนำในการขับไล่แม่และยึดทรัพย์สินของแม่จะอาศัยอยู่ที่ จ.เพชรบุรี