คนเชียงใหม่กรี๊ด! อยากได้ ‘มาร์ค’ นายกฯช่วยคนจน หลังนั่งหัวหน้า”พรรคศรัทธา” ด้าน “พิมไหมทอง” นั่งเลขาธิการพรรค
วันที่ 4 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. พรรคพร้อม ได้จัดการประชุมสามัญประจำปี 2569 โดยมีน.ส.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน หัวหน้าพรรคเป็นประธานการประชุม
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการเปลี่ยนแปลงชื่อพรรคใหม่เป็น “พรรคศรัทธา” และน.ส.พิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน ได้แจ้งต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ขอลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ส่งผลให้ความเป็นกรรมการบริหารพรรคสิ้นสุดลงเฉพาะตัว และทำให้คณะกรรมการบริหารพรรคทั้งคณะต้องพ้นจากตำแหน่งตามข้อบังคับพรรคพ.ศ. 2567 ซึ่งจะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ภายใน 90 วัน
.
”พรรคศรัทธา” ดัน “มาร์ค พิตบูล” นั่งแท่นหัวหน้าพรรค
.
ที่ประชุมได้มีการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมและลงคะแนนเสียงเป็นเอกฉันท์โดยลงคะแนนลับ เผยรายชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ประกอบด้วย
นายนัชพล สุพัฒนะ (มาร์ค พิตบูล) – ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค
นางพิมไหมทอง ศักดิพัตโภคิน – ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค
นายพิสิษฐ ทองเพ็ง – ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค
นายธนารัชต์ สมคเณ – ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค
นายณิชาร ภูมิภาสภาคิน – ดำรงตำแหน่งเหรัญญิกพรรค
นายกัณตพัฒน์ เตชะกมลสุข – ดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสมาชิกพรรค
นางสาวสุชาดา ฤทธิ์เดช – ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค
นายพลวัฒน์ อนุรักษ์พงศธร – ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรค
นายไชโย จันทร์ทำมา – ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
นายชาญเดช จันทร์สงวน – ดำรงตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค
.
นายณัชพล สุพัฒนะ หรือ “มาร์ค พิตบูล” หัวหน้าพรรคศรัทธา ได้แถลงแนวทางการดำเนินงานของพรรค โดยระบุว่า เสน่ห์และจุดแข็งของพรรคศรัทธาคือ “ความจน” และการขับเคลื่อนด้วยแรงศรัทธาของประชาชน เช่นเดียวกับกุศโลบายของหลวงตามหาบัวที่ใช้แรงศรัทธาช่วยชาติในอดีต ซึ่งการรวมตัวกันครั้งนี้เกิดจากกลุ่มคนที่มีแนวคิดเดียวกันที่ทนไม่ได้กับการทุจริตคอร์รัปชัน
สำหรับนโยบายหลัก 5 ข้อของพรรคศรัทธา ประกอบด้วย:
การปราบโกง ชูเป็นนโยบายแรกและสำคัญที่สุด โดยมองว่าปัญหาทุกอย่างของประเทศเกิดจากการทุจริต ซึ่งงบประมาณแผ่นดินสูญหายไปกับการโกงกินถึง 30-40% หากปราบโกงได้ ประเทศจะมีเงินงบประมาณกลับมาใช้ประโยชน์ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย
ปฏิรูปหน่วยงานราชการ โดยมุ่งลดความซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการเพื่อหาผู้รับผิดชอบที่แท้จริงในแต่ละปัญหา และให้ข้าราชการกว่า 3 ล้านคนร่วมเป็นหูเป็นตาดูแลผลประโยชน์ชาติ
สร้างงาน สร้างอาชีพ ด้วย เปลี่ยนผ่านจากการ “แจกเงิน” ซึ่งเป็นนโยบายที่เงินหมดแล้วหายไป มาเป็นการสร้างรายได้ที่ยั่งยืน เพื่อเพิ่มกำลังซื้อและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระบบ
ปฏิรูปการศึกษา ชี้การศึกษาไทยยังล้าหลัง ใช้ตำราเดิมมานานกว่า 20 ปี มุ่งผลักดันให้เกิดนวัตกรรมและการใช้เทคโนโลยี พร้อมย้ำว่าความรู้เป็นสิ่งเดียวที่สามารถเปลี่ยนอนาคตและทำให้คนพ้นจากความยากจนได้อย่างแท้จริง
สร้างความเท่าเทียมในสังคม โดยมุ่งทำลายระบบอุปถัมภ์ที่ให้ความสำคัญกับคนรวย กลุ่มเศรษฐี หรือบ้านใหญ่ก่อนประชาชนทั่วไป
ในส่วนของการบริหารจัดการพรรค นายณัชพล ระบุว่าเนื่องจากตนมาจากภาคธุรกิจ จึงจะนำระบบการบริหารแบบ CEO มาใช้ โดยตนเองจะทำหน้าที่ดูนโยบายและภาพรวม และมี “คุณส้ม” ทำหน้าที่เลขาธิการพรรคคอยดูแลการบริหารจัดการภายใน (COO)
นอกจากนี้ พรรคศรัทธาประกาศเปิดรับนักการเมืองหน้าใหม่ โดยไม่ต้องการระบบบ้านใหญ่หรือผู้มีอิทธิพล และเตรียมเริ่มต้นขับเคลื่อนในระดับจังหวัดด้วยการตั้ง “ผู้ประสานงานจังหวัด” ควบคู่ไปกับการจัดตั้ง “ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์และการแจ้งเบาะแสการทุจริตคอร์รัปชัน” เพื่อช่วยเหลือประชาชนและพิสูจน์การทำงานจริงโดยไม่ใช้เงินซื้อเสียง พร้อมทิ้งท้ายว่า พรรคศรัทธาไม่ได้อาสามาเป็นคนรับใช้ แต่ขออาสามาเป็นตัวแทนที่ดีเพื่อเข้าไปเปลี่ยนแปลงประเทศไทย
.
นายมาร์ค กล่าวว่า ในการเลทอกตั้งครั้งหน้าพรรคหวังจะได้สส. 10 คน เพื่อจะได้ทำงานในสภาฯ จะไม่ทำให้ประชาชนผืดหวังแน่นอน
หลังการประชุม นายณัชพล ได้พบปะกับผู้เข้าประชุม ซึ่งหลายคนได้เข้ากอดด้วยความประทับในความมุ่งมั่นของนายมาร์คที่ต้องการทำงานเพื่อชาติอย่างจริงจัง ต้องการให้เป็นนายกฯ เพื่อแก้ปัญหาชาวบ้านให้สำเร็จ
การที่”มาร์ค พิตบูล” ขึ้นมานำทัพพรรคศรัทธาในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับกลยุทธ์ทางการเมืองที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่า จะสร้างอิมแพคทางการเมืองได้มากแค่ไหน
#มาร์คพิตบูล #พรรคศรัทธา #ณัขพลสุพัฒนะ #มาดามส้ม



