ม.อ.ปัตตานี เปิดมหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 33 ผสานทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ยกระดับภูมิปัญญาชายแดนใต้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
สถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี จัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 33 ภายใต้แนวคิด “กระแสธารวัฒนธรรม : ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์” เพื่อเปิดพื้นที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่น และทุนทางวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
โดยมีนางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิด กล่าวรายงานโดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี พร้อมด้วย นางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี ร่วมกล่าวต้อนรับหัวหน้าส่วนราชการ ศิลปิน นักวิชาการ นักศึกษา และประชาชนร่วมงานอย่างคับคั่ง เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ ณ เวทีกลางอาคารหอศิลปวัฒนธรรมภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อน เศรษฐกิจสร้างสรรค์บนฐานทุนทางวัฒนธรรม และเชื่อมั่นว่าการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ากับนวัตกรรมและองค์ความรู้สมัยใหม่ จะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศทั้งในมิติเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม พร้อมชื่นชมสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ที่ดำเนินภารกิจด้านการอนุรักษ์ ทำนุบำรุง และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง
ตลอดจนเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สำคัญของภาคใต้ อีกทั้งยังมีบทบาทในการขับเคลื่อนงานวิจัยและบริการวิชาการ เพื่อสร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืนและต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจของชุมชน
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า มหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 33 เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ผ่านนิทรรศการวิชาการ นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย การสาธิตงานหัตถกรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น และการแสดงศิลปะพื้นบ้าน ซึ่งล้วนสะท้อนรากเหง้า วิถีชีวิต และภูมิปัญญาของชุมชน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้มีความสามารถได้แสดงศักยภาพสู่สาธารณชน อันจะนำไปสู่การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ด้านนางพาตีเมาะ สะดียามู ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า จังหวัดปัตตานีเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและอัตลักษณ์อันโดดเด่น การจัดมหกรรมศิลปวัฒนธรรมในครั้งนี้สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้มีความสามารถได้แสดงศักยภาพ ถ่ายทอดภูมิปัญญา และสร้างคุณค่าเพิ่มจากทุนทางวัฒนธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า มหกรรมศิลปวัฒนธรรมครั้งนี้เกิดจากความมุ่งมั่นของสถาบันวัฒนธรรมศึกษากัลยาณิวัฒนาในการขับเคลื่อนพันธกิจด้านการทำนุบำรุง อนุรักษ์ และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ควบคู่กับการพัฒนาพื้นที่ชายแดนภาคใต้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปหัตถกรรม ประวัติศาสตร์ และโบราณคดี พร้อมทั้งต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การสร้างอาชีพและยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน
รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม วิทยาเขตปัตตานี กล่าวว่า มหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 33 เป็นเวทีสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ประชาชน นักเรียน นักศึกษา ศิลปิน และเครือข่ายวัฒนธรรม ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และแสดงศักยภาพผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 70 (สัญจร) นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 41 (สัญจร) นิทรรศการศิลปะเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 2 นิทรรศการวัฒนธรรมชายแดนใต้ ลานหัตถกรรมพื้นบ้าน การสาธิตอาหารพื้นถิ่น การแสดงศิลปะและนาฏศิลป์พื้นบ้าน กิจกรรมดนตรี พิพิธภัณฑ์ศิลปะสามมิติชายแดนใต้ (Art 3D PSU) พิพิธภัณฑ์พระเทพญาณโมลี ตลอดจนกิจกรรมสร้างสรรค์และการออกร้านจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน ซึ่งล้วนสะท้อนศักยภาพของทุนวัฒนธรรมที่สามารถต่อยอดสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างยั่งยืน
ภายหลังพิธีเปิด ประธานได้มอบโล่และเกียรติบัตรแก่ผู้ชนะการประกวดวาดภาพศิลปะเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 2 ก่อนร่วมชมการแสดงเปิดงานชุด “กราวครุฑราช” โดย นายธชย ประทุมวรรณ หรือ เก่ง ธชยซึ่งถ่ายทอดความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทยผ่านการแสดงร่วมสมัย สร้างความประทับใจแก่ผู้ร่วมงานเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นได้ตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 70 (สัญจร) นิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยของศิลปินรุ่นเยาว์ ครั้งที่ 41 (สัญจร) นิทรรศการศิลปะเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 2 รวมถึงนิทรรศการวิชาการ การสาธิตหัตถกรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น และบูธจัดแสดงผลงานจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายชุมชน ซึ่งสะท้อนพลังของทุนวัฒนธรรมที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม
การจัดงานมหกรรมศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 33 ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นเวทีรวบรวมองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ หากยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ สืบสาน และต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมสู่การสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต.




