หน้าแรก เศรษฐกิจ/ธุรกิจ ‘สรรเพชญ’ดันขุดลอกร่องน้ำบ้านดอน เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งสินค้า-พลังงาน 12,000ล้าน

‘สรรเพชญ’ดันขุดลอกร่องน้ำบ้านดอน เพิ่มประสิทธิภาพขนส่งสินค้า-พลังงาน 12,000ล้าน

สรรเพชญ” ผลักดันขุดลอกร่องน้ำบ้านดอน เส้นทางลำเลียงสินค้าและพลังงาน ร่องน้ำเศรษฐกิจสำคัญ สร้างรายได้การส่งออก 12,000 ล้านบาท เพิ่มศักยภาพสัญจรของเรือคอนเทนเนอร์-สินค้า

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2569) นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามขุดลอกและบํารุงรักษาร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่ร่องน้ำบ้านดอน พร้อมด้วยนายแวรุสลัน มะสาและ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายนรินทร์ศักย์ สัทธาประสิทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ร่วมลงพื้นที่ โดยมีนางสาวกานสินี โอภาสรังสรรค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เขต 1 นายประเสริฐ บุญประสพ นายกเทศมนตรีนครสุราษฎร์ธานี ผู้แทนกรมทางหลวง ร่วมให้ข้อมูล ณ ปากน้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี

นายสรรเพชญ กล่าวว่า กรมเจ้าท่าอยู่ระหว่างดำเนินงานขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำบ้านดอน ซึ่งเป็นร่องน้ำเศรษฐกิจของจังหวัด โดยใช้งบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 132.10 ล้านบาท ปัจจุบันมีความคืบหน้า 85.76% เร็วกว่าแผนงาน 19.76% จะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายนนี้

ร่องน้ำบ้านดอนถือเป็นร่องน้ำเศรษฐกิจสำคัญ ซึ่งมีทั้งเรือประมง และเรือขนส่งสินค้าจากแม่น้ำตาปีและคลองท่าทองผ่านเข้า – ออก ในแต่ละปีสามารถสร้างรายได้จากมูลค่าการส่งออกรวม ประมาณ 12,000 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งแร่ พลังงาน และสินค้า ปัจจุบันร่องน้ำบ้านดอนไม่สามารถใช้งานได้เต็มศักยภาพ เนื่องจากมีสภาพตื้นเขิน ส่งผลให้เส้นทางเดินเรือในช่วงน้ำลงไม่สามารถ เข้า – ออกได้ จึงจำเป็นต้องผลักดันโครงการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำ เพื่อให้เรือสามารถเข้า – ออกได้ตลอดเวลา รวมทั้งสามารถรองรับเรือสินค้าขนาดใหญ่ได้
ทั้งนี้ นายสรรเพชญ ได้เน้นย้ำว่าการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำต้องพิจารณาความความลึกของร่องนํ้าให้เหมาะสม จุดทิ้งดิน และคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชน เพื่อให้เรือเข้า – ออก ได้สะดวกและเกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่จริง ซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมผบักดดันงบประมาณในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของจัลหวัด และเพิ่มศักยภาพ สร้างรายได้การส่งออกของประเทศ

นอกจากนี้ นายสรรเพชญ ได้ลงพื้นบริเวณหน้าค่ายวิภาวดีรังสิต ถนนเลี่ยงเมือง เพื่อรับฟังบรรยายสรุปโครงการพัฒนาโครงข่ายทางหลวง หมายเลข 420 ตอน วงแหวนรอบเมือง (สุราษฎร์ธานี) ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงอุบัติเหตุบริเวณจุดกลับรถ จากการตรวจสอบพบเป็นจุดที่มีปริมาณรถในช่องจราจรกลับรถจำนวนมาก กระทบช่องจราจรปกติ รวมทั้งการมีขับขี่ด้วยความเร็ว ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอุบัติเหตุ โดยแขวงทางหลวงสุราษฏร์ธานี ที่ 1 ได้เสนอขอรับการจัดสรรงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อยกระดับความปลอดภัยเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงดังกล่าว โดยปรับปรุงช่องจราจรให้มีความเหมาะสม รองรับปริมาณการใช้เส้นทาง

นอกจากนี้ มีแผนเสนอขอรับงบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม บนทางหลวง หมายเลข 420 โดยวางระบบระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำลงสู่คลองมะขามเตี้ยและคลองท่าทอง

นายสรรเพชญ กล่าวทิ้งท้ายว่า ได้มอบหมายให้หน่วยงานในพื้นที่เร่งจัดทำรายละเอียดและเสนอขอรับจัดสรรงบประมาณโดยเร็ว เพื่อผลักดันการดำเนินงานตามขั้นตอน พร้อมยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดการแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน