หน้าแรก ในประเทศ กราดยิงทหารพราน 5 ศพ อุปกรณ์ระดับมืออาชีพ เกินกว่า “โจรก่อกวน”

กราดยิงทหารพราน 5 ศพ อุปกรณ์ระดับมืออาชีพ เกินกว่า “โจรก่อกวน”

กราดยิงทหารพราน 5 ศพ อุปกรณ์ระดับมืออาชีพ เกินกว่า “โจรก่อกวน” ทั่วไปหรือไม่?

เหตุคนร้ายนั่งรถกระบะกราดยิงใส่ทหารพรานขณะตั้งด่านตรวจที่บูเก๊ะซามี จ.นราธิวาส ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 5 นาย นอกจากความสูญเสียที่เกิดขึ้น ภาพจากที่เกิดเหตุยังทำให้เกิดข้อสังเกตในหมู่ผู้ติดตามสถานการณ์ชายแดนใต้ถึงระดับความเป็นมืออาชีพของอุปกรณ์ที่คนร้ายใช้

ข้อสังเกตจากภาพเหตุการณ์
จากภาพที่ปรากฏ พบลักษณะร่วมของกลุ่มคนร้ายหลายจุดที่ดูเป็นระบบกว่าภาพเหตุการณ์ก่อความไม่สงบทั่วไปในอดีต

สวมเสื้อเกราะกันกระสุนแบบมีแผ่นเกราะ (Plate Carrier) พร้อมสายรัด Molle ครบชุด
มีทั้งหมวกกันกระสุนและหมวก military-style สวมคู่กับผ้าปิดหน้าแบบทหาร

อาวุธติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น กล้อง/ศูนย์เล็ง และท่าทางการถืออาวุธที่ดูผ่านการฝึก
ชุดสีดำทั้งขบวน มีความเป็นเอกภาพสูง
แต่ต้องระวังการด่วนสรุป

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดนใต้ตั้งข้อสังเกตว่า ระดับความเป็นมืออาชีพเช่นนี้ ไม่ใช่เรื่องใหม่ สำหรับกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่ โดยเฉพาะหน่วยปฏิบัติการที่ผ่านการฝึกมานาน เนื่องจากอาวุธและอุปกรณ์จำนวนมากที่กลุ่มเหล่านี้ครอบครอง มาจาก “การปล้นอาวุธ” จากเจ้าหน้าที่รัฐในเหตุการณ์ปะทะครั้งก่อนๆ ทำให้มีทั้งปืนและชุดยุทธวิธีมาตรฐานกองทัพหมุนเวียนอยู่ในเครือข่ายใต้ดินมาหลายปีแล้ว (อ่านเพิ่มเติม: เจาะลึก “ปืนทาโวร์” อาวุธสงครามในมือคนร้าย มาจากไหน)

ดังนั้น การมีอุปกรณ์ระดับมืออาชีพเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะสรุปว่าผู้ก่อเหตุเป็นหน่วยงานรัฐหรือกลุ่มอื่นสวมรอย โดยยังต้องรอผลการสืบสวนอย่างเป็นทางการ

กองทัพยันภาพรอยสักเป็นข่าวปลอม
ขณะเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ออกมาชี้แจงกรณีมีการแชร์ภาพรอยสักที่แขนของผู้ก่อเหตุ พร้อมข้อความตั้งข้อสงสัยเชิงบิดเบือนว่า “ถ้าเป็นมุสลิมจะไม่มีรอยสัก” โดยยืนยันว่าภาพดังกล่าวเป็นภาพที่ถูกตัดต่อด้วย AI และคาดว่าเป็นความเคลื่อนไหวของแนวร่วมที่ต้องการปั่นกระแสเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง

สรุป
ขณะที่การสืบสวนยังดำเนินอยู่และเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือกลุ่มเคลื่อนไหวในพื้นที่ ข้อสังเกตเรื่องความเป็นมืออาชีพของอุปกรณ์ยังเป็นเพียงประเด็นที่ถูกพูดถึงในโซเชียล ยังไม่มีการยืนยันจากหน่วยงานความมั่นคงอย่างเป็นทางการ ผู้อ่านจึงควรรับข้อมูลด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะภาพหรือข้อมูลที่แชร์ต่อกันในช่วงที่สถานการณ์ยังอ่อนไหว

#กราดยิงทหารพราน