พบครม.ปี 60 อนุมัติ ยิวอิสราเอล-อเมริกัน ได้สัญชาติไทย เป็นใบเบิกทาง สร้าง ‘ชาบัด’ บังหน้า เบื้องหลังเป็นเครือข่ายธุรกิจข้ามชาติ
Mtoday รายงาน — ประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจและอธิปไตยของประเทศกำลังถูกตั้งคำถามอย่างหนัก หลังการลงพื้นที่ตรวจค้นศาสนสถาน “ชาบัด” (Chabad) บนถนนราชอุทิศ 200 ปี ตำบลป่าตอง อำเภอกระทู้ จังหวัดภูเก็ต นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเปิดเผยภาพความตึงเครียดและมาตรการการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดจนผิดปกติ
“นี่ไม่ใช่สิทธิสภาพนอกอาณาเขต ไม่ใช่ข้อยกเว้น และไม่ใช่พื้นที่เอกสิทธิ์ของชาติใด แต่คือพื้นที่ของประเทศไทยที่กฎหมายไทยต้องเข้าไปจัดการ และคนไทยต้องเข้าถึงได้” รมช.มหาดไทย ย้ำชัดหลังพบว่าสถานที่ดังกล่าวมีการปิดกั้นมิดชิดและไม่เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าถึงได้ง่ายเหมือนศาสนสถานทั่วไป
อาคาร 5 ชั้นบังหน้า สานเครือข่ายธุรกิจครบวงจร
จากการเข้าตรวจสอบอาคาร 5 ชั้นของชาบัดสาขาป่าตอง ซึ่งเป็นสาขาที่ 4 จากทั้งหมด 10 สาขาทั่วประเทศ พบว่าภายในไม่ได้มีเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของชาวยิวเท่านั้น แต่ยังมีการดำเนินธุรกิจร้านอาหารตามหลัก “โคเชอร์” (Kosher) สไตล์อิสราเอล
จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน พบว่าดำเนินกิจการในนาม บริษัท เดอะ โคเชอร์ เพลท ไทม์แลนด์ จำกัด ทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท แต่จุดที่น่าจับตาที่สุดคือ ข้อมูลจากชุดสืบสวนที่ระบุว่า
กรรมสิทธิ์และหุ้นส่วนใหญ่ถือโดยบุคคลที่แปลงสัญชาติมาจากชาวอิสราเอลและอเมริกันเชื้อสายยิว ซึ่งได้รับสัญชาติไทยเมื่อปี พ.ศ. 2560 ในช่วงรัฐบาลก่อน
สัญชาติไทย : ตั๋วทองของทุนต่างชาติซ่อนรูป
เมื่อต่างชาติได้รับ “สัญชาติไทย” สิทธิและศักดิ์ศรีตามกฎหมายย่อมเทียบเท่าคนไทยทุกประการ ข้อได้เปรียบนี้กำลังถูกนำมาใช้เป็น “ช่องว่างทางกฎหมาย” โดยกลุ่มทุนต่างชาติแปลงสัญชาติ ได้สถาปนาตนเองเป็นนอมินีตั้งบริษัทบังหน้า เพื่อร่วมหุ้นกับชาวต่างชาติชาติเดียวกัน กว้านซื้อที่ดิน อาคารพาณิชย์ และอสังหาริมทรัพย์ราคาสูงได้อย่างเสรีโดยไม่ผิดกฎหมาย
จากการสืบสวนของกระทรวงมหาดไทยร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้พบบริษัทที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายนอมินีและมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มดังกล่าวมากกว่า 361 บริษัท กระจายตัวอยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, เกาะสมุย, เกาะพะงัน, ปาย และเชียงใหม่
รอบรัศมีของชาบัดในพื้นที่เหล่านี้ มักถูกรายล้อมด้วยธุรกิจร้านอาหาร ร้านเช่ารถ และบริการต่างๆ ที่ขึ้นป้ายด้วยภาษาฮีบรู รุกกินพื้นที่สองฝั่งถนน สร้างระบบเศรษฐกิจผูกขาดเฉพาะกลุ่ม ส่งผลให้ประเทศไทยต้องสูญเสียรายได้และภาษีปีละหลายพันล้านบาท
รื้อกฎหมายโบราณ ปกป้องอธิปไตยเศรษฐกิจชาติ
ปัญหาการกว้านซื้อที่ดินและธุรกิจนอมินีที่สั่งสมมานานกว่า 20-30 ปี กำลังกลายเป็นภัยความมั่นคงรูปแบบใหม่ที่คอยกัดเซาะอธิปไตยทางเศรษฐกิจของไทยโดยที่สังคมไม่ทันรู้ตัว
รมช.มหาดไทย ระบุว่า กฎหมายการลงทุนของไทยที่ใช้มานานเริ่มล้าหลัง ไม่ทันเกมทุนข้ามชาติ จึงเตรียมเสนอมาตรการร่วมกับ ป.ป.ช. เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการรื้อระบบกฎหมาย เร่งสอบย้อนหลังกระบวนการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย
รวมถึงการเสนอจัดเก็บภาษีอัตราพิเศษ การกำหนดโควตา และการจำกัดสิทธิ์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของคนไทยอย่างยั่งยืน ก่อนที่ผืนแผ่นดินและโอกาสทางเศรษฐกิจจะเหลืออยู่เพียงแค่ในนามของกฎหมายเท่านั้น



