นิกะห์ ที่กอจ.สงขลา เรียกเก็บ 20,000 บาทเป็นขัอมูลจริงหรือข้อมูลมั่ว
.
ในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สงขลา สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส เป็นจังหวัดที่ชายชาวมาเลเซียนิยมเข้ามานิกะห์ โดยเฉพาะการนิกะห์คนภรรยาคนที่ 2 กับสาวมาเลเซียด้วยกัน หรือกับสาวไทย และจะนิกะห์กันที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด
ทำไมต้องนิกะห์ที่กอจ.
คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัด รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ทางการมาเลเซียให้การรับรองว่า นิกะห์ที่ดำเนินการโดย กอจ.6 แห่งนี้ กฎหมายมาเลเซียให้การรับรอง ผูัชายมาเลเซียจึงนิยมมนิกะห์ที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้ โดยจังหวัดสงขลา คนมาเลเซียมานิกะห์มากที่สุด เพราะเป็นที่ตั้งของกงศุลมาเลเซีย เมื่อนิกะห์เสร็จสามารถนำใบรับรองไปยื่นต่อกงสุลมาเลย์ ได้ทันที
.
หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ อาทิ พัทลุง ภูเก็ต กระบี่ ระนอง เป็นต้น พยายามเรียกร้องให้ทางการมาเลเซียรับรองการนิกะห์ที่จังหวัดตน แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติจากทางการมาเลเซีย
.
ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการนิกะห์
มีการโพสต์ตัวเลข 20,000 บาทในการนิกะห์ที่ กอจ.สงขลา ซึ่งเป็นข้อมูลเพียงเสี้ยวเดียว โดยข้อเท็จจริง การจัดการนิกะห์ให้กับคู่รักมาเลเซีย หรือคู่รักมาเลย์กับสาวไทย มีบริษัทนายหน้า หรือบริษัทออแกไน์รับดำเนินการ ซึ่งจะดูแลการรับส่งจากด่านชายแดน จากสนามบิน จัดการการนิกะห์ การจองที่พัก การจัดเลี้ยงฉลองการสมรส จะคิดราคา 20,000-50,000 บาท แล้วแต่ความหรูหราของการจัดงาน ถ้าใช้รถหรู โรงแรมหรูราคาก็จะสูงขึ้นตามมาด้วย
.
ในส่วนของกอจ. นั้น กอจ.สงขลา กำหนด 5,000 บาท กอจ.สตูล เพิ่งปรับจาก 3,000 เป็น 4,000 บาท ซึ่งสำหรับ กอจ.สงขลา,สตูล และอีก 3 จังหวัด ถือเป็นรายได้สำคัญของสำนักงาน ที่ใช้ในการบริหารสำนักงาน เช่นเดียวกับค่าธรรมเนียมตรวจรับรองฮาลาล จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมกอจ.จังหวัดอื่นจึงต้องการให้ทางการมาเลย์รับรองการนิกะห์ด้วย
.
สำหรับรายได้จากการนิกะห์มีจำนวนเท่าไหร่ ไม่เป็นทีาเปิดเผย เท่าที่ทราบ กอจ.สตูลมีรายได้จากการนิกะห์มาเลย์ ปีละประมาณ 3 ล้าน ส่วนกอจ.สงขลา และจังหวัดอื่น ไม่มีข้อมูล
.
สำหรับค่านิกะห์ที่กล่าวมาข้างต้น กอจ. เก็บเฉพาะการนิกะห์คู่รักมาเลเซีย ไม่ได้เรียกเก็บจากการนิกะห์คนไทย
.
สรุปตัวเลข 20,000 บาท จึงไม่ใช่ค่านิกะห์ แต่เป็นค่าบริหารจัดการของออแกไนซ์ ที่ไม่มีเฉพาะค่านิกะห์ แต่รวมค่าบริการจัดการงานแต่ง หรืองานนิกะห์ทั้งหมด
Mtoday รายงาน
.
.



